เมื่อลิงฉลาดและคิดจะครองโลก

ภาพจากเว็บ  yuiopmovie.com

               Rise of the Planet of the Apes กำเนิดพิภพวานร   เข้าฉายวันที่ : 4 สิงหาคม 2554   ประเภทหนัง : Action/Sci-fi นักแสดงนำ : James Franco, Frieda Pinto, John Lithgow, Andy Serkis, Tom Felton, Brian Cox, David Hewlett   ผู้กำกับ : Rupert Wyatt

ภาพยนตร์เรื่อง RISE OF THE PLANET OF THE APES (กำเนิดพิภพวานร) เป็นภาพยนตร์ไลฟ์-แอ็คชั่น  เรื่องแรกในวงการภาพยนตร์เพื่อแสดงและถ่ายทอดเรื่องราวจากมุมมองของสัตว์ที่มีการรับรู้ความรุ้สึก ซึ่งเป็นตัวละครที่มีลักษณะเหมือนมนุษย์ สามารถวางแผนจัดการและนำการปฏิวัติในท้ายที่สุดได้ ซึ่งเป็นตัวละครที่ผู้ชมจะเข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกได้อย่างแท้จริง ภาพยนตร์ไม่สามารถสร้างให้สำเร็จได้ จนกระทั่งมีเทคโนโลยีที่ใช้สร้างภาพยนตร์เรื่อง Avatar ขึ้นมา และตอนนี้ได้ก้าวขยับมาสู่มิติใหม่ จนเข้าถึงไอเดียที่อยู่เบื้องหลังภาพยนตร์แล้ว

ผลงานชิ้นนี้สำเร็จออกมาอย่างโดดเด่นและสมบูรณ์แบบได้โดย แอนดี้ เซอร์คิส นักแสดงผู้มีฝีมือในยุทธวิธีจับการเคลื่อนไหวในการแสดงระดับโลก ผู้ปลุกปั้นให้ซีซาร์มีความแตกต่างเพียงเล็กน้อย มีจิตวิญญาณ ความคิดและความรู้สึก

นี่เป็นความสำเร็จอีกครั้งในประวัติศาสตร์ของภาพยนตร์ ที่มีการใช้วิชวลเอ็ฟเฟ็กต์และจับภาพจากลักษณะการแสดงภายนอกสถานที่จริงของสภาพแวดล้อมที่ถูกควบคุมด้วยรั้วล้อมรอบ ทำให้การจับภาพการแสดงมีการผสมผสานกับการแสดงการแสดงจริงอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งถือเป็นการทำลายข้อจำกัดระหว่างวิชวลเอ็ฟเฟ็กต์และไลฟ์แอ็คชั่นออกไปได้

นอกจากการนำเสนอเหล่าวานรที่มีการสะท้อนอารมณ์ความรู้สึกด้วยภาพที่ดูสมจริงแล้ว ฉากของภาพยนตร์ยังเป็นที่จดจำและเข้าถึงได้อีกด้วย ภาพยนตร์เรื่อง RISE OF THE PLANET OF THE APES (กำเนิดพิภพวานร) เป็นเรื่องราวต้นกำเนิดในรูปลักษณ์แห่งความรู้สึกที่สมจริงที่สุด ซึ่งเป็นฉากที่ซานฟรานซิสโก ณ ปัจจุบัน ภาพยนตร์อ้างอิงมาจากความเป็นจริงผสมกับข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์แนวไซไฟ เกี่ยวกับการทดลองมนุษย์กับพันธุวิศวกรรมที่นะไปสู่วิวัฒนาการความฉลาดของเหล่าวานร และจุดกำเนิดของสงครามมหาอำนาจ

“นี่เป็นมุมมองปัจจุบันของตำนาน Planet of the Apes” ไดแลน คลาร์ก ผู้อำนวยการสร้างกล่าว “มันเป็นหนังเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่สำคัญที่ให้ความสำคัญกับลักษณะการถ่ายทอดเรื่องราว การแสดงอารมณ์และความลึกซึ้งของตัวละคร ส่วนสำคัญของเรื่องราวคือตัวละครที่ขับเคลื่อนเนื้อเรื่องไป”

 

ข้อมูลจาก  http://movie.postjung.com

Gattaca หนังที่ NASA ชื่นชมมากที่สุด

ภาพจากเว็บ  ghost-69-video.blogspot.com

               แม้จะมีภาพยนต์หลายเรื่องที่สร้างจากแนวคิดทางวิทยาศาสตร์   แต่ NASA กลับคิดว่า ภาพยนต์ต่างๆเหล่านั้นไม่ถูกต้องตามความเป็นจริงและไม่น่าจะเกิดขึ้นได้จริง   ซึ่งหนังที่ NASA บอกว่าแย่ เหล่านั้นล้วนเป็นหนังดังและทำเงินทั้งสิ้น    แต่มีภาพยนต์วิทยาศาสตร์เรื่องหนึ่งที่ได้รับคำชมจาก NASA ว่ามีความสมจริงมาก  และให้ตำแหน่ง “หนังวิทยาศาตร์ที่สมจริงที่สุด” (The most realistic sci-fi film) ก็คือภาพยนต์เรื่อง Gattaca (กัตตาก้า ฝ่ากฏโลกพันธุกรรม) ที่ฉายในปี ค.ศ.1997 ซึ่งไม่ค่อยจะได้รับการตอบรับจากแฟนภาพยนต์เท่าใดนัก

              ภาพยนต์เรื่องนี้ผู้กำกับโดย Andrew Niccol  และนำแสดงโดย  Ethan Hawke , Uma Thurman , Jude Law

เรื่องย่อ ของ Gattaca คือ ในเรื่องราวสะท้อนโลกปัจจุบันที่ตื่นตัวกับวิทยาการการโคลนนิ่ง และวิศว พันธุกรรม โลกของกัตตาก้าเสนอเรื่องราวของชายคนหนึ่งผู้ตั้งมั่น เอาชนะโลก ที่แบ่งแยกมนุษย์ด้วยพันธุกรรม เพื่อสัมผัสฝันกลางอวกาศ วินเซนต์ ฟรีแมน ( อีธาน ฮอว์ค) คือ คนนอก คนเกิดตามธรรมชาติ หรือ คนพันธุ์ด้อย ของสังคมที่มนุษย์เกิดจากพันธุกรรมที่เลือกสรรแล้ว แต่วินเซนต์ไม่ยอมแพ้ต่อชะตาชีวิต เขาใช้พันธุกรรมของเจอโรม (จูด ลอว์) มนุษย์ผู้สมบูรณ์แบบ ปลอมแปลงตัวเพื่อไต่เต้าเป็นส่วนหนึ่งของมนุษย์ อวกาศใน GATTACA  โชคร้ายที่หนึ่งสัปดาห์ก่อนการเดินทาง ผู้อำนวยการหน่วยปฏิบัติการทางอวกาศถูกฆาตกรรมโดยคนพันธุ์ด้อย จากการตามล่าแบบกัดไม่ปล่อยของนักสืบ ฮิวโก้ (อลัน อาร์กิ้น) วินเซนต์ต้องปกปิดตัวตนที่แท้จริง แม้กับหญิงที่รัก (อูม่า เทอร์แมน) มิเช่นนั้นความฝันอันยาวไกลอาจหลุดลอยไปตลอดกาล

 

ข้อมูลจาก    http://jusci.net/ , http://blog-dtum.blogspot.com

 

Armageddon เมื่ออุกกาบาตรยักษ์ถล่มโลก

ภาพจากเว็บ  doo-movieonline.blogspot.com

                           หลังจากเหตุการณ์และข่าวเกี่ยวกับอุกกาบาตรและดาวเคาระน้อยจะชนโลกเป็นกระแสทั่วโลก   คุณคิดว่าหากมีอุกกาบาตรที่จะมาชนโลกจนถล่มถลายแล้วจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง  ไปลองดูเหตุกาณณ์จำลองจากภาพยนต์เรื่องนี้ครับ                          

                           อาร์มาเก็ดดอน วันโลกาวินาศ ชื่อภาษาไทยของภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดฟอร์มใหญ่แห่งปี ค.ศ. 1998 เรื่อง Armageddon นำแสดงโดย บรูซ วิลลิส, ลิฟ ไทเลอร์, เบน แอฟเฟล็ก, โอเวน วิลสัน, บิลลี่ บ็อบ ทอร์นตัน, ไมเคิล คลาร์ก ดันแคน, สตีฟ บูเซมี กำกับการแสดงโดย ไมเคิล เบย์ อำนวยการสร้างโดย เจอร์รี่ บรัคไฮเมอร์

แฮร์รี่ สแตมเปอร์ (บรูซ วิลลิส) นักขุดเจาะน้ำมันกลางทะเล ไม่ถูกกับ เอ.เจ. (เบน แอฟเฟล็ก) ลูกทีมหนุ่มฝีมือดี เพราะเป็นคนมุทะลุและมาชอบพอกับ เกรซ (ลิฟ ไทเลอร์) ลูกสาวคนสวยเพียงคนเดียว จึงทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเกรซกับแฮร์รี่ค่อนข้างหมางเมินกัน แต่ทีมของสแตมเปอร์ถือได้ว่าเป็นทีมขุดเจาะน้ำมันเบอร์หนึ่งของโลก   จู่ ๆ มหานครนิวยอร์กถูกถล่มด้วยอุกกาบาตไฟ ที่ฮ่องกงก็เกิดคลื่นยักษ์จากอุกกาบาต แดน ทรูแมน (บิลลี่ บ็อบ ทอร์นตัน) ผู้อำนวยการองค์การนาซาพบว่า โลกมีเวลาเหลือเพียง 18 วันเท่านั้น ก่อนถูกทำลายล้างด้วยดาวหางขนาดใหญ่เท่ารัฐเทกซัสที่กำลังพุ่งตรงลงมา ทางเดียวที่จะแก้ได้คือ ต้องฝังหัวระเบิดนิวเคลียร์ที่แกนกลางของดาวหางดวงนี้ ซึ่งผู้ที่จะทำภารกิจนี้ได้ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องการจุดเจาะเท่านั้น ซึ่งแดนเลือกเอาทีมของแฮร์รี่

แฮร์รี่และลูกทีมทั้งหมดมีเวลาฝึกที่จะใช้ชีวิตบนอวกาศเพียง 18 วันเท่านั้น วันเดินทาง นาซาได้ส่งกระสวยอวกาศ 2 ลำชื่อ อินดีเพนเดนซ์ และ ฟรีดอม โดยใช้แรงเหวี่ยงจากแรงดึงดูดของดวงจันทร์เพื่อไปให้ถึงดาวหาง แต่เมื่อไปถึงแฮร์รี่และพวกก็พบว่าการขุดเจาะพื้นผิวดาวหางนั้น ไม่ง่ายอย่างที่คิด ในขณะที่เวลาเหลือน้อยเข้ามาทุกที แฮร์รี่จำต้องสละชีวิตตนเพื่อโลกและเพื่อ เกรซ ลูกสาวที่รัก

เหตุการณ์เช่นในภาพยนต์เรื่องนี้นั้น  มีโอกาสเกิดขึ้นได้จริงในอีกไม่นานนี้   ฉะนั้นเวลาดูหนังควรตั้งสติ พิจารณา อย่าดูแค่ความเพลิดเพลิน ตัวละครในหนังนั้นสอนอะไรหลายๆ อย่างที่เป็นประโยชน์กับเรา  หากมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริงจะได้เตรียมตัวได้อย่างถูกต้องเหมาะสมครับ

 

ข้อมูลจาก  http://th.wikipedia.org

 

I am Legend เมื่อเหลือข้าคนเดียวบนโลกใบนี้

ภาพจากเว็บ www.clipmass.com

                    ภาพยนต์เรื่องนี้ นำแสดง : วิล สมิธ, แซลลี ริชาร์ดสัน, อลิซ บราก้า, อากีว่า โกลด์สแมน   กำกับการแสดง : ฟรานซิส ลอว์เรนส์  ฉายในประเทศไทยเมื่อ 13 ธันวาคม 2550

หนังพูดถึงการติดเชื้อ ระบาดทั่วเมือง  โรเบิร์ต เนวิลล์ (วิล สมิธ) เป็นนักวิทยาศาสตร์ปราดเปรื่อง แต่แม้กระทั่งเขาก็ไม่อาจจำกัดวงไวรัสร้ายที่ไม่มีทางยับยั้ง ไม่มีทางรักษา และถูกสร้างขึ้นด้วยมือมนุษย์ เนวิลกลายเป็นมนุษย์คนสุดท้ายที่รอดชีวิตอยู่ในนิวยอร์ค ซิตี้ และอาจจะในโลกนี้ เป็นเวลา 3 ปีที่เนวิลล์เพียรส่งสารผ่านคลื่นวิทยุทุกวัน เขาหมดหวังที่จะพบกับผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ในโลกภายนอก

                      แต่เขาไม่ได้อยู่ลำพัง บรรดาเหยื่อโรคระบาดกลายพันธุ์ – พวกติดเชื้อ – ซึ่งซ่อนอยู่ในเงามืด เฝ้าจับตาทุกย่างก้าวของเนวิลล์ และคอยให้เขาพลาด กับความหวังครั้งสุดท้ายของมนุษยชาติเนวิลล์มีแรงขับในภารกิจเดียวที่เหลืออยู่ของเขา  คือหาทางที่จะกลับข้างผลจากไวรัสด้วยการใช้เลือดที่มีภูมิคุ้มกันของเขา แต่เขารู้ดีว่ามีกำลังเพียงน้อยนิด…และเวลาก็เหลือน้อยเต็มที

                      หนังเปิดฉากด้วยประโยคเด็ดที่พูดว่า “ผมชื่อโรเบิร์ต เนวิลล์ ผมเป็นผู้รอดชีวิตอยู่ในนิวยอร์ค ซิตี้  ถ้ามีใครอยู่ข้างนอกนั่น…ใครก็ตาม ได้โปรด คุณไม่ได้อยู่คนเดียว”  ซึ่งเป็นประโยคที่  โรเบิร์ต เนวิลล์ ใช้ตามหาผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ

                      ภาพยนต์เรื่องนี้เวอร์ชั่นที่อยู่ในโรงภาพยนต์จะจบด้วยการที่ถูกคนบนโลกตายหมด   แต่ในรูปแบบของ DVD และ Bluray นั้นมีแบบที่จบด้วยการที่สามารถช่วยเผ่าพันธุ์มนุษย์เอาไว้ได้ด้วย เป็นเวอร์ชั่นสำหรับสะสม   ใครไม่เคยดูก็ไปหาดูซะนะครับ  แล้วจะรู้ว่าบรรยากาศของการสิ้นเผ่าพันธุ์ของมนุษย์มันเป็นยังไง

I, ROBOT เมื่อหุ่นยนต์คิดจะยึดคลองโลก

ภาพจากเว็บ www.movieoneclick.com

                    ไอ โรบอท แผนพิฆาตจักรกลเขมือบโลก (อังกฤษ: I, Robot) เป็นภาพยนตร์แนวไซไฟแอ็คชั่นผจญภัย ที่สร้างจากเรื่อง Hardwired บทภาพยนตร์ที่เขียนโดย เจฟ วินทาร์ โดยใช้โครงเรื่องมาจากเรื่องสั้นชุด I, Robot ของไอแซค อสิมอฟ แต่นำมาเฉพาะชื่อเรื่อง ชื่อตัวละครสำคัญ และแนวคิดเรื่อง กฎ 3 ข้อของหุ่นยนต์ เนื้อหาหลักๆ ในเรื่อง เขียนขึ้นใหม่ทั้งหมด ไม่ได้เกี่ยวข้องกับนิยายต้นฉบับเลย    ผู้ชื่นชอบนิยายต้นฉบับของไอแซค อสิมอฟ ส่วนหนึ่งไม่พอใจการดัดแปลงเนื้อเรื่องของนิยาย และประท้วงภาพยนตร์เรื่องนี้

เนื้อเรื่องของภาพยนต์กล่าวถึง ค.ศ. 2035 ในยุคที่หุ่นยนต์อาศัยอยู่ร่วมกับมนุษย์ในฐานะผู้รับใช้ เดล (สมิธ) ตำรวจนักสืบชิคาโก ต้องสืบสวนคดีฆาตกรรมศาสตราจารย์คนหนึ่งที่เขาเชื่อมั่นว่าต้องเป็นฝีมือของ บรรดาหุ่นยนต์ที่กำลังวางแผนครอบงำมนุษย์อย่างแน่นอน

กำกับโดย  Alex Proyas  เขียนบทภาพยนตร์โดย Jeff Vintar และ Akiva Goldsman โดยได้เค้าโครงจากชุดเรื่องสั้น I, Robot ของ ไอแซค อสิมอฟ  นำแสดงโดย วิล สมิธ , Bridget Moynahan , Alan Tudyk

ข้อมูลจาก http://th.wikipedia.org

The Fly ไอ้แมลงวัน (สยองพันธุ์ผสม)

ภาพจากเว็บ www.sabusfilm.com

                      ไอ้แมลงวัน (สยองพันธุ์ผสม) ชื่อภาษาไทย ของภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดเรื่อง The Fly นำแสดงโดย เจฟฟ์ โกลด์บลุม, จีนา เดวิส, จอห์น เกทซ์ กำกับการแสดงโดย เดวิด โครเนนเบิร์ก

หนังเล่าถึง  บรันเดล เซธ (เจฟฟ์ โกลด์บลุม) นักวิทยาศาสตร์หนุ่มอัจฉริยะ ได้สร้างเครื่องย้ายมวลสาร (Telepods) ขึ้น ที่สามารถส่งให้สิ่งหนึ่งย้ายไปอีกสิ่งหนึ่งได้สำเร็จอย่างอัศจรรย์ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตใด ๆ ท้ายที่สุด บรันเดลต้องทดลองกับตัวเอง แต่แล้วก็มีความผิดพลาดเกิดขึ้น เมื่อมีแมลงวันตัวหนึ่งเข้าไปในเครื่องขณะที่ตัวเขาทำการย้ายมวลสารตัวเอง ทำให้เซลล์ของแมลงวันผสมกับเซลล์ของบรันเดล โดยที่เขาไม่รู้ตัว  แต่แล้วก็เกิดความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายของบรันเดลขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการกินไม่หยุดยั้ง มีเรี่ยวแรงพละกำลังมหาศาล รวมทั้งมีขนแปลก ๆ แข็ง ๆ งอกขึ้นมาตามตัว ในที่สุดเขาก็ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้และกลายเป็นมนุษย์แมลงวันที่สุดสยอง

ในเดือนกันยายน ปี ค.ศ. 2009 เดวิด โครเนนเบิร์ก ได้ให้สัมภาษณ์ว่าจะสร้าง The Fly ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง โดยใช้ต้นฉบับที่ตนเองกำกับในปี ค.ศ. 1986 โดยจะรับหน้าที่เขียนบทและกำกับเองอีกครั้ง

ก็รอดูกันว่าจะมีการสร้างใหม่หรือไม่  ส่วนใครที่อยากดูของเก่าลองหาใน Youtube ดูนะครับ  รับรองความแหวะครับ

 

ข้อมูลจาก  http://th.wikipedia.org

 

Jurassic Park กำเนิดใหม่ไดโนเสาร์

  ภาพจากเว็บ www.dvdkafe.com

                 จูราสสิค ปาร์ค (Jurassic Park กำเนิดใหม่ไดโนเสาร์) เป็นนิยายโดย ไมเคิล ไครชตัน (Michael Crichton) ออกตีพิมพ์ในปี พ.ศ. 2534 (ค.ศ. 1991) ต่อมาถูกนำมาถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์โดย สตีเว่น สปีลเบิร์ก (Steven Spielberg) ความยาว 127 นาที ฉายในปี พ.ศ. 2536 (ค.ศ. 1993) และฉายในประเทศไทยวันแรกเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2536

กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ ได้แก่ นักบรรพชีวินวิทยา ดร. อลัน แกรนท์ (แซม นีล) กับแฟนสาว ดร. แอลลี่ (ลอร่า เดิร์น) และนักคณิตศาสตร์ ดร. เอียน มัลล์คอม (เจฟฟ์ โกลด์บลุม) ได้รับคำเชิญจากมหาเศรษฐีจอห์น แฮมม่อนด์ (ริชาร์ด แอทเทนบอรอจ) เพื่อมาเยี่ยมชม จูราสสิค พาร์ค เป็นคณะแรก แฮมมอนด์ต้องการทราบความคิดเห็นของนักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้และเพื่อรับรองความปลอดภัยของสถานที่แห่งนี้ ขณะที่ทั้งหมดกำลังเยี่ยมชมกันอยู่นั้น เดนนิส เนิร์สลี่ย์ (เวย์น ไนท์) ผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ของพาร์คก็ได้ยกเลิกระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมดออกเพื่อแอบเอาตัวอ่อน (Embryo) ของไดโนเสาร์หนีไปขาย ไดโนเสาร์ทั้งหมดก็อาละวาด เพราะกรงไฟฟ้าทำงานไม่ได้ อลันกับทิม หลานชายและ เล็กซ์ หลานสาวของแฮมม่อนด์ติดอยู่ในป่า ทั้งหมดต้องเอาชีวิตรอดจากสัตว์ดึกดำบรรพ์เหล่านี้

จูราสสิค พาร์ค ได้ชนะเลิศรางวัลออสการ์ 3 รางวัล คือ สาขาเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม, สาขาลำดับเสียงยอดเยี่ยม และ สาขาบันทึกเสียงยอดเยี่ยม    มีการสร้างเป็นภาคต่อในปี พ.ศ. 2540 (ค.ศ. 1997) ด้วย ในชื่อ The Lost World : Jurassic Park ใครว่ามันสูญพันธุ์ และภาค 3 ในปี พ.ศ. 2544 (ค.ศ. 2001) ชื่อ Jurassic Park III ทั้งสองภาคนี้แม้จะทำรายได้มากเช่นเดียวภาคแรก แต่ไม่ได้รับคำชมเท่ากับภาคแรก และภาค 3 นี้ไม่ได้กำกับโดย สตีเว่น สปีลเบิร์ก แล้วโดยจูราสสิค พาร์ค 4 นั้นมีความเป็นไปได้ว่าจะสร้างในอนาคต   และเนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี ในวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2556 นี้ จูราสสิค พาร์ค จะได้รับการนำกลับมาฉายในรูปแบบ 3 มิติอีกครั้ง

ข้อมูลจาก http://th.wikipedia.org

The Terminator คนเหล็กจากโลกอนาคต

 ภาพจากเว็บ www.yopi.co.th

                  เดอะ เทอร์มิเนเตอร์ (The Terminator) หรือ ฅนเหล็ก 2029  เป็นภาพยนตร์ไซไฟที่ออกฉายในปี ค.ศ. 1984  (พ.ศ. 2527) กำกับโดยเจมส์ คาเมรอน นำแสดงโดย อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ ลินดา แฮมิลตัน และไมเคิล บีห์น เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกในชุด เทอร์มิเนเตอร์

ภาพยนตร์กล่าวถึงโลกอนาคตในปี ค.ศ. 2029 ที่ถูกปกครองด้วยคอมพิวเตอร์ชื่อ SkyNet หลังเกิดสงครามนิวเคลียร์ ฝ่ายมนุษย์ได้รวมกลุ่มขึ้นต่อต้าน นำโดย “จอห์น คอนเนอร์” ฝ่ายผู้ปกครอง(SkyNet) จึงส่ง “เดอะ เทอร์มิเนเตอร์” หุ่นยนต์สังหารรุ่น T-800 (รับบทโดย ชวาร์เซเน็กเกอร์) ย้อนเวลามายังลอสแอนเจลิส ในปี ค.ศ. 1984 เพื่อสังหาร “ซาราห์ คอนเนอร์” มารดาของจอห์น คอนเนอร์ (รับบทโดย แฮมิลตัน) ฝ่ายจอห์น คอนเนอร์ก็ได้ส่ง “ไคย์ล รีส” ทหารรุ่นน้อง (รับบทโดย บีห์น) เดินทางย้อนเวลากลับมาขัดขวางเดอะ เทอร์มิเนเตอร์

ในระหว่างที่ซาราห์ คอนเนอร์ และไคย์ล รีส เดินทางหลบหนีการตามล่าของเดอะ เทอร์มิเนเตอร์ ก็ได้ร่วมรักกัน เหตุการณ์จึงกลายเป็นว่า แท้ที่จริงแล้ว ไคย์ล รีส นั่นเองที่เป็นบิดาของ จอห์น คอนเนอร์   ภาพยนตร์จบลงโดยที่เดอะ เทอร์มิเนเตอร์ ถูกทำลายไปพร้อมกับการเสียชีวิตของไคย์ล รีส ส่วนซาราห์ คอนเนอร์ ที่ตั้งครรภ์อ่อนๆ ได้ขับรถตามลำพัง เดินทางออกจากสหรัฐไปยังชายแดนเม็กซิโก

ภาพยนต์เรื่องนี้ ยังสร้างภาคต่ออีกถึง 3 ภาค โดยเล่าเรื่อง ต่อจากภาคแรกตามลำดับ  และในภาคที่ 4 Terminator Salvation ซึ่งฉายในปี ค.ศ.2009  มีการเปลี่ยนทีมงานนักแสดง ผู้สร้าง และผู้กำกับ ใหม่ทั้งหมด  ถือว่าเป็นภาพยนต์คลาสสิคที่ควรจะมีภาคต่ออีกเรื่องหนึ่งก็ว่าได้

 

ข้อมูลจาก http://th.wikipedia.org

 

STAR TREK อีก 150 ปี โลกจะเป็นอย่างไร

ภาพจากเว็บ en.wikipedia.org

                   สตาร์ เทรค (Star Trek) เป็นชื่อของภาพยนตร์ชุดแนว แอ๊คชั่น ผจญภัย ดราม่า นิยายวิทยาศาสตร์ จากการสร้างสรรค์ของยีน ร็อดเดนเบอร์รี ผู้อำนวยการสร้างและนักเขียนบทภาพยนตร์ชาวอเมริกัน

                    ภาพยนตร์ชุดสตาร์ เทรค ประกอบด้วยภาพยนตร์ชุด จำนวน 7 ชุด และภาพยนตร์ฉายในโรงภาพยนตร์ จำนวน 11 ภาค โดยเริ่มจากภาพยนตร์ชุดฉายทางโทรทัศน์ในปี พ.ศ. 2509 และยังมีการสร้างเกมคอมพิวเตอร์ นวนิยาย สวนสนุก ของที่ระลึก เกี่ยวกับเนื้อหาในภาพยนตร์ออกมาเป็นจำนวนมาก

ภาพยนตร์กล่าวถึงเหตุการณ์ในอนาคต หลัง พ.ศ. 2606 (ค.ศ. 2063) เมื่อมนุษย์สามารถพัฒนาเทคโนโลยี จนสามารถสร้างยานอวกาศที่เดินทางได้เร็วกว่าความเร็วแสง เรียกว่า “การวาร์ป” (warp) ได้มี “การติดต่อครั้งแรก” (first contact) กับชาววัลแคน (Vulcan) เผ่าพันธุ์จากต่างดาวที่มีความก้าวหน้า ทำให้เทคโนโลยีของมนุษย์โลกพัฒนายิ่งขึ้น และเดินทางลึกเข้าไปในแกแล็กซีและพบกับเผ่าพันธุ์อื่นๆ จนมีการรวมตัวจัดตั้งสหพันธ์ดวงดาว (United Federation of Planets) ขึ้น

ภาพยนตร์ชุดสตาร์ เทรค กล่าวถึงการเดินทางของยานอวกาศรุ่นใหม่ของสหพันธ์ดวงดาว ชื่อ “ยูเอสเอส เอนเทอร์ไพรซ์” (NCC-1701) ที่เข้าประจำการครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2788 (ค.ศ. 2245) ตัวละครสำคัญประกอบด้วย เจมส์ ที. เคิร์ก (กัปตัน), สป็อค (ต้นเรือ ลูกครึ่งมนุษย์-วัลแคน), แม็คคอย (แพทย์), เชคอฟ (ต้นหน), สก็อตต์ (ต้นกล), ซูลู (นักบิน), อูฮูรา (เจ้าหน้าที่สื่อสาร) และลูกเรือรุ่นที่สอง ประกอบด้วย ฌอง-ลุค พิคาร์ด (กัปตัน), วิลเลียม ไรเคอร์ (ต้นเรือ), เดต้า (หุ่นแอนดรอยด์) และ วอร์ฟ (ต้นหนชาวคลิงกอน)

เนื้อหาของภาพยนตร์ มีขอบเขตกว้างขวาง ทั้งในส่วนของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การผจญภัยสำรวจในดินแดนใหม่ๆ การต้องพบกับเผ่าพันธุ์ต่างดาวทั้งที่เป็นมิตร และศัตรู และที่สำคัญที่ทำให้ Star Trek แตกต่างกับนิยายแนวเดียวกันเรื่องอื่นๆ คือ ความเป็นดราม่า และการวิพากย์วิจารย์ความเป็นไปทางการเมืองของสหรัฐ และของโลก โดยในหลายๆ ตอนสามารถผูกโยงปัญหาของโลกในช่วงสงครามเย็น การก่อการร้าย ฯลฯ ให้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวได้อย่างแนบเนียน

จากความสำเร็จของภาพยนตร์ชุดสตาร์ เทรค ทำให้นาซา ตั้งชื่อกระสวยอวกาศลำแรกที่บินทดสอบในปี พ.ศ. 2520 ว่า กระสวยอวกาศเอนเทอร์ไพรซ์ จากเดิมที่จะใช้ชื่อว่า “คอนสติติวชัน” (Constitution)   และในปี ค.ศ.2013 นี้  ภาพยนต์ สตาร์ เทรค ภาคที่ 12 ในชื่อตอน สตาร์ เทรค ทะยานสู่ห้วงมืด (Star Trek into Darkness)  กำกับโดย เจ. เจ. อับรามส์  จะเข้าฉายในโรงภาพยนต์ในวันที่ 17 พฤษภาคม 2013  นี้  หากใครอนทนรอไม่ไหวก็ไปหาภาคเก่าๆมาดูรอก่อน  เพื่อจะได้ดูหนังภาคใหม่ได้อรรถรสเพิ่มมากขึ้นครับ  โดยเฉพาะ ภาค 11 สตาร์ เทรค สงครามพิฆาตจักรวาล (Star Trek) ที่ฉายเมื่อ 8 พฤษภาคม 2009 กำกับโดยผู้กำกับคนเดียวกัน  เพราะสองภาคนี้จะมีการดำเนินเรื่องต่อเนื่องกันครับ

 

ข้อมูลจาก  http://th.wikipedia.org

 

เอเลี่ยน 1-4 หนังไซไฟสุดคลาสสิค

 

                                ภาคแรกของหนังเรื่อง นั้นสร้างในปี 1979 คือปี พ.ศ. 2522 นับอายุหนังก็ร่วมๆ 34 ปีเข้าไปแล้ว   แต่หากมีโอกาสไปหามาดูว่าเป็นอย่างไรนั้นจะพบว่า  หนังเรื่องนี้ใช้เทคนิคพิเศษในการถ่ายทำหลายอย่างจนทำให้คนดูเชื่อว่ามีเอเลี่ยนอยู่จริงโดยไม่ต้องพึ่งคอมพิวเตอร์กราฟฟิค   ตัวหนังนั้นเล่าเรื่องในอนาคตที่มนุษย์สามารถเดินทางไปยังดวงดาวต่างๆ ได้    บริษัท  Weyland Industries ได้ส่งยานพาณิชย์เพื่อไปทำการขนแร่ธาตุบนดาวแห่งหนึ่งแล้วอยู่ๆ ระหว่างที่ลูกเรือกำลังอยู่ในภาวะหยุดนิ่งนั้นระบบของย่านก็ได้ปลุกลูกเรือทุกคน เพราะได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือบนดาวดวงหนึ่ง แล้วลูกเรือยานลำนี้ก็ได้ลงไปสำรวจบนดาวแห่งนี้เรื่องราวความตื่นเต้นและการลุ้นระทึกก็เริ่มขึ้น  ซึ่งหลังจากประสบความสำเร็จจากภาคแรกนี้แล้วก็มีการสร้างภาคต่ออีกจนถึงภาคที่ 4  และเมื่อปีที่แล้วก็มีหนังที่มีเนื้อหาต่อเนื่องกันกับเรื่อง Alien นี้ ถูกสร้างขึ้นโดยทีมผู้สร้างเดียวกัน จนอาจกล่าวได้ว่าเป็นหนัง Alien ภาคที่ 5 นั้นก็คือภาพยนต์เรื่อง  Prometheus  ซึ่งมีเนื้อหาที่ย้อนไปก่อนที่จะมี Alien ภาคที่ 1