ทีดีอาร์ไอ เสนอจัดทดสอบมาตรฐานระดับชาติรูปแบบใหม่ใช้แทนโอเน็ต

        ภาพจากเว็บ  www.247friend.net

                     เมื่อวันที่ 20 มี.ค.56   ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า ทีดีอาร์ไอได้สรุปผลโครงการจัดทำยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐานให้เกิดความรับผิดชอบ ซึ่งสนับสนุนการจัดทำโดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) โดยกำหนดหัวใจการปฏิรูประบบการศึกษาเพื่อแก้ปัญหาด้านการศึกษาในปัจจุบัน ได้แก่ 1.สร้างระบบการศึกษาที่มีความรับผิดชอบในทุกระดับ โดยเฉพาะระดับกระทรวง ผู้บริหารและครูที่จะต้องมีส่วนร่วมกับผลคะแนนที่ตกต่ำของเด็ก 2.ต้องปฏิรูปหลักสูตรให้เหมาะสมกับผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 และ3.ปรับวิธีการจัดสรรงบประมาณด้านการศึกษา เพราะงบประมาณด้านการศึกษาของไทยมีจำนวนมากแต่บริหารจัดการไม่ถูกต้องทำให้ไม่เกิดประโยชน์ พร้อมกันนี้ได้จัดทำข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมเพื่อการปฏิรูปให้เกิดพัฒนาการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 โดยเสนอให้มีการปฏิรูประบบการทดสอบมาตรฐาน เป็นการสอบรูปแบบใหม่เรียกว่า ลิเทอเรซี เบส เทสต์ (Literacy-based test) ให้เป็นการสอบระดับประเทศ ใช้แทนการสอบแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต โดยผลการสอบดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในการประเมินผลงานครู ผู้บริหาร และสถานศึกษาเป็นหลัก ส่วนการประเมินเพื่อวัดความรู้นักเรียนให้เน้นการสอบวัดความรู้ระดับโรงเรียน และการประเมินผลจากแฟ้มผลงานหรือโครงงานของนักเรียน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวัดผลว่านักเรียนมีความรู้ในเรื่องที่เรียนมากน้อยเพียงใด

อ่านเพิ่มเติมได้ที่  http://www.dailynews.co.th

Advertisements

เสนอเลิกสอบ O-net / ประเมินวิทยฐานะครูทุก 5 ปี / ยุบทิ้ง สมศ.

ภาพจากเว็บ v-reform.org

                    ทีดีอาร์ไอ เสนอจัดทดสอบมาตรฐานระดับชาติรูปแบบใหม่ใช้แทน O-NET แนะให้ประเมินวิทยฐานะครูทุก 5 ปี เน้นให้เกิดความรับผิดชอบผลการสอบของเด็ก พร้อมเสนอลดบทบาทประเมินภายนอกของ สมศ. เพราะไม่เกิดผลลัพธ์ที่แท้จริง
วันที่ 20 มี.ค.56 ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยว่า ทีดีอาร์ไอได้สรุปผลโครงการจัดทำยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐานให้เกิดความรับผิดชอบ ซึ่งสนับสนุนการจัดทำโดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า

ทีมวิจัยทีดีอาร์ไอเสนอให้ปรับระบบการประเมินรายได้และวิทยฐานะครู โดยการปรับขั้นเงินเดือนให้ขึ้นกับพัฒนาการของผลการสอบมาตรฐานของนักเรียน จากเดิมที่การพัฒนาการสอบของเด็กมีผลต่อการขึ้นเงินเดือนครู คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 3 ซึ่งน้อยเกินไป ทีมวิจัยเสนอว่าสัดส่วนดังกล่าวควรมีน้ำหนักอย่างน้อยเป็นครึ่งหนึ่งขององค์ประกอบในการขึ้นเงินเดือน พร้อมกันนี้ได้เสนอเพิ่มการประเมินเพื่อคงวิทยฐานะ โดยอาจเกิดขึ้นเป็นช่วงๆ ทุก 5 ปี และให้ครูมีความรับผิดชอบในการพัฒนาเพื่อนครู พัฒนาการสอน และพัฒนาการของผลการสอบนักเรียน

ส่วนการพัฒนาระบบการประเมินผลสถานศึกษา เสนอให้ยกเลิกการประเมินภายนอกที่จัดทำโดยสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(สมศ.) เพราะเห็นว่าไม่ได้ให้ข้อมูลที่แท้จริง เนื่องจากสถานศึกษาเข้าใจหลักการประเมินก็จะจัดทำเอกสารตามความต้องการผู้ประเมิน แต่ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงที่การเรียนการสอน นอกจากนี้คำแนะนำที่ได้จากการประเมินภายนอกก็เป็นเพียงคำแนะนำกว้างๆ ดังนั้นจึงเสนอให้ สมศ.ทำหน้าที่เปลี่ยนจากการประเมินภายนอก ให้เข้าไปตรวจสอบเฉพาะโรงเรียนกลุ่มเสี่ยง เช่น โรงเรียนที่มีผลการเรียนแย่ลง หรือกรณีโรงเรียนมีการนำเทคโนโลยีใหม่เข้าไปใช้ สมศ.ควรไปศึกษาว่าได้ผลดีหรือไม่ เป็นต้น ทั้งนี้ให้ใช้การประเมินภายในเป็นหัวใจหลักของการประเมินสถานศึกษา
“นอกจากนี้เราเสนอการปรับระบบการจัดสรรงบประมาณเพื่อสร้างความรับผิดชอบและลดความเหลื่อมล้ำเป็นหลัก โดยที่ผ่านมามีหลักฐานชัดเจนว่าผลการเรียนของเด็กจะขึ้นอยู่กับเศรษฐานะของครอบครัว ส่วนใหญ่ถ้ามาจากครอบครัวที่มีฐานะก็จะมีผลการเรียนดี ดังนั้นจึงเสนอให้รัฐบาลสำรวจและอุดหนุนงบฯ ให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ยากจนมากขึ้นเพื่อให้เกิดความทัดเทียมกัน จากนั้นหากจุดตั้งต้นเท่ากันแล้วผลการเรียนยังไม่เท่ากัน ก็ต้องให้ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นผู้รับผิดชอบ” ดร.สมเกียรติ กล่าว

ข้อมูลจาก  http://www.siamrath.co.th/

วิธีคิดคะแนน O-net 20%เพื่อใช้ตัดสินผลการเรียน

   วิธีคิดคลายกับการคิดเกรดเฉลี่ยทั่วไป แต่แยกเป็น 2 กลุ่ม คือ เกรดเฉลี่ยที่เรียนมา3 ปี กับ เกรดเฉลี่ย O-net  โดยใช้อัตราส่วน 80%+20%  ลองศึกษาดูในเอกสารข้างล่างนี้นะครับ