เจมส์ คลาร์ก แมกซ์เวลล์ (James Clerk Maxwell)

ภาพจากเว็บ  www.clerkmaxwellfoundation.org

                     ฟิสิกส์ยุคใหม่แห่งศตวรรษที่ยี่สิบ ซึ่งประกอบด้วยทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์และทฤษฎีควอนตัมเป็นหลัก ทำให้ฟิสิกส์ยุคเก่าแทบทั้งหมด ต้องกลายเป็นของเก่า ที่มีขีดจำกัดในการใช้งาน ดังเช่นสมการสำหรับการเคลื่อนของนิวตัน และความคิดในเรื่องของผลการวัดที่เกี่ยวเนื่องกับตำแหน่งและเวลา ซึ่งตามทฤษฎีสัมพัทธภาพ ถือว่าเกี่ยวเนื่องกันอย่างแยกพิจารณาไม่ได้ แต่ก็มีฟิสิกส์ยุคเก่าจากศตวรรษที่สิบเก้าทฤษฎีหนึ่ง ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากพัฒนาการของฟิสิกส์ยุคใหม่ คือ ทฤษฎีแม่เหล็กไฟฟ้าของเจมส์ คลาร์ก แมกซ์เวลล์

                   เจมส์ คลาร์ก แมกซ์เวลล์ เป็นชาวสก็อตและเป็นนักฟิสิกส์คนแรก ที่เชื่อมโยงปรากฏการณ์ทางด้านไฟฟ้ากับทางด้านแม่เหล็กเข้าด้วยกัน เกิดเป็น สมการ (อมตะ) ของแมกซ์เวลล์ 4 ข้อ ที่นักฟิสิกส์ในอดีตแห่งศตวรรษที่สิบเก้าศึกษากัน และนักฟิสิกส์แห่งศตวรรษที่ยี่สิบ จนกระทั่งถึง (หรือจะเข้าถึง) ศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดก็กำลังใช้งานกัน

จากทฤษฎีแม่เหล็กไฟฟ้าของแมกซ์เวลล์ ทำให้มนุษย์ได้รู้จักธรรมชาติของแสงอย่างที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ทำให้นักวิทยาศาสตร์บอกได้ว่า เมื่อประจุไฟฟ้าเคลื่อนที่จะมีทั้งสนามไฟฟ้าและสนามแม่เหล็กเกิดขึ้นรอบประจุไฟฟ้า ซึ่งรวมกันเข้า จะเกิดเป็นรังสีหรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เคลื่อนที่ด้วยความเร็วประมาณ 186,000 ไมล์ต่อวินาที เท่ากับความเร็วแสง และจริงๆ แล้ว แสงก็เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดหนึ่ง

จากทฤษฎีแม่เหล็กไฟฟ้าของแมกซ์เวลล์ ทำให้ เฮนริช รูดอล์ฟ เฮิรตซ์ (Heinrich Rudolf Hertz) สามารถสร้างคลื่นและส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ที่รับได้โดยเครื่องรับห่างจากวงจรไฟฟ้าสร้างคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกไป เป็นการเริ่มต้นของยุคการสื่อสารด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

 

ข้อมูลจาก  Physics World