กาลิเลโอ กาลิเลอี (Galileo Galilei)

ภาพจากเว็บ  www.thefamouspeople.com 

                           กาลิเลโอ นักวิทยาศาสตร์คนเดียวในโลก ที่ชื่อเป็นที่รู้จักกันดี สำหรับวงการวิทยาศาสตร์ทั่วโลก จนกระทั่งเมื่อจะเอ่ยถึงชื่อของเขาแล้ว ก็เอ่ยเพียงชื่อแรกเท่านั้น โดยมิต้องเอ่ยนามสกุลหรือเป็นที่รู้จักเรียกกันด้วยนามสกุล ดังเช่น ไอน์-สไตน์ หรือนิวตัน กล่าวคือ ถ้าเอ่ยชื่อ กาลิเลโอ คนทั้งโลกก็จะนึกถึงเขาทันที ทั้ง ๆ ที่ชื่อและนามสกุลเต็มของเขา คือ กาลิเลโอ กาลิเลอี

กาลิเลโอ เป็นชาวอิตาลี มีชีวิตอยู่ระหว่าง ปี ค.ศ.1564 กับปี ค.ศ. 1642 ได้รับการยกย่องเป็นผู้นำโคมไฟแห่งวิทยาศาสตร์ยุคใหม่ นำโลกให้สว่างไสวจากความมืดของยุคกลาง หรือยุคมืดอันยาวนานถึงประมาณหนึ่งพันปี โดยที่กาลิเลโอเอง เกือบจะต้องสังเวยชีวิตให้กับการต่อสู้เพื่อนำโลกเข้าสู่ยุคใหม่ของวิทยาศาสตร์ ตามมเส้นทางสู่สายวิชาชีพการเป็นแพทย์ แต่เมื่อเขาได้สัมผัสวิทยาศาสตร์พื้นฐานอย่างเจาะลึก ที่จำเป็นสำหรับวิชาชีพการแพทย์ เขาก็ตกหลุมเสน่ห์ของวิทยาศาสตร์อย่างถอนตัวไม่ขึ้น หันหลังให้กับวิชาชีพแพทย ศาสตร์ หันมาศึกษาวิทยาศาสตร์อย่างจริงจัง โลกการแพทย์จึงสูญเสียแพทย์ที่ชื่อกาลิเลโอ กาลิเลอี ในขณะที่โลกวิทยาศาสตร์ก็ได้นักวิทยาศาสตร์ ชื่อ กาลิเลโอ เข้ามาสู่วงการ

นาฬิกาที่มนุษย์ทั้งโลกใช้กันในปัจจุบัน เป็นนาฬิกาควอร์ตซ์ เป็นนาฬิการะบบดิจิทัล แม้แต่นาฬิกาเรือนใหญ่ในอาคารบ้านเรือน และในสำนักงานปัจจุบัน ส่วนใหญ่ก็เป็นนาฬิกาแบบดิจิทัล แต่ในอดีต ก่อนยุคนาฬิกาควอร์ตซ์ นาฬิกาแขวน นาฬิกาตั้งทั่วโลก ถ้วนเป็นแบบนาฬิกาลูกตุ้ม ซึ่งมีกำเนิดที่มาจาก ผลงานฟิสิกส์ผลงานแรกของกาลิเลโอ ขณะที่เขามีอายุเพียง 18 ปี นั่นคือ จากการสังเกตดูการแกว่งของโคม หรือตะเกียงสายยาว แขวนจากเพดานสูงในโบสถ์ แล้วพบว่า คาบการแกว่งของสิ่งที่เป็นลูกตุ้มสายยาว ขึ้นอยู่กับความยาวของสายลูกตุ้มเท่านั้นเอง๊

กาลิเลโอ มีผลงานสำคัญมากมายทางด้านฟิสิกส์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ของวัตถุอย่างอิสระ เช่น วัตถุตกจากที่สูงอย่างอิสระ หรือ การเคลื่อนที่แบบโปรเจกไตล์ ผลงานเหล่านี้ ทำให้กาลิเลโอมีชื่อเสียง แต่ก็ทำให้กาลิเลโอมีปัญหากับนักวิทยาศาสตร์คนอื่นๆ เพราะการค้นพบ หรือทฤษฎีเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ของวัตถุของเขา ขัดแย้งกับของอริสโตเติล ซึ่งเป็นที่ยึดถือกันมาอย่างยาวนานกว่าหนึ่งพันปี

ผลงานของกาลิเลโอที่สำคัญที่สุด เด่นที่สุด แต่ก็ส่งผลกระทบอย่างรุนแรง ต่อทั้งวงการวิทยาศาสตร์ วงการศาสนา และตัวกาลิเลโอเอง คือ การค้นพบ และคำสอนของกาลิเลโอทางด้านดาราศาสตร์

กาลิเลโอ มิใช่คนแรกที่ประดิษฐ์กล้องโทรทัศน์ขึ้นมา แต่เขาเป็นคนแรกที่สร้างกล้องโทรทัศน์ของเขาขึ้นมาเอง และใช้กล้องโทรทัศน์ของเขาส่องศึกษาท้องฟ้าและอวกาศ แล้วก็ได้ค้นพบสิ่งใหม่ๆ เกี่ยวกับอากาศและจักรวาล ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงชนิดที่ตัวกาลิเลโอเองก็คาดไม่ถึง

ในยุคสมัยของกาลิเลโอ และก่อนหน้านั้น อันยาวนานนับเป็นพันปี วงการศาสนาที่มีบทบาทมากที่สุดในโลกยุโรป คือ ศาสนาคริสต์ ยึดถือคำสอนของอริสโตเติล เป็นเหมือนกับคัมภีร์ไบเบิล ใครก็ตามที่เชื่อและเผยแพร่ความคิดทฤษฎีที่ขัดแย้งกับอริสโตเติล ก็เสมือนหนึ่งเผยแพร่สิ่งที่ขัดแย้งกับคำสอนของพระเจ้า มีความผิดต้องถูกจับขึ้นศาลพระ และมีโทษถึงตายทีเดียว

ตัวอย่างของ “คนกล้า” ที่กล้าเผยแพร่ทฤษฎีความคิดที่ขัดแย้งกับอริสโตเติล คือ จิออร์ดาโน บรูโน (Giordano Bruno) นักดาราศาสตร์และนักบวชชาวอิตาลี ผู้ถูกเผาทั้งเป็น เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1600 (ขณะที่กาลิเลโอมีอายุ 36 ปี) เพราะเผยแพร่ความคิดทฤษฎีของ โคเปอร์นิคัส อย่างเปิดเผยว่า ดวงอาทิตย์ มิใช่โลก ที่เป็นศูนย์กลางจักรวาล (จักรวาลในความเข้าใจของยุคสมัยนั้น ก็เป็นเสมือนกับระบบสุริยะในปัจจุบัน ซึ่งเข้าใจกันว่า เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของจักรวาลแล้ว) ขัดแย้งกับทฤษฎีคำสอนของอริสโตเติล ว่า โลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาล

กาลิเลโอ อาศัยกล้องโทรทัศน์ของเขา ส่องดูดวงจันทร์ ค้นพบดวงจันทร์สี่ดวงของดาวพฤหัสบดี ค้นพบวงแหวนอันงดงามของดาวเสาร์ และค้นพบว่า ทางช้างเผือกที่ปรากฏเป็นทางขาวพาดในท้องฟ้านั้น ประกอบด้วยดวงดาวจำนวนมากมาย

กาลิเลโอเผยแพร่ทฤษฎีของโคเบอร์นิคัส ว่า ดวงอาทิตย์ มิใช่โลก เป็นศูนย์กลางของจักรวาล การค้นพบดวงจันทร์สี่ดวงของดาวพฤหัสบดี เป็นหลักฐานสำคัญว่า มิใช่ทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาลหรอก ที่โคจรรอบโลก เพราะดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดี มิได้โคจรรอบโลก แต่ก็เป็นหลักฐานที่ทำให้กาลิเลโอ เกือบต้องประสบกับชะตากรรม คือ ถูกจับเผาทั้งเป็น ดังเช่น จิออร์ดาโน บรูโน

ในช่วงชีวิตบั้นปลายของกาลิเลโอ เขาถูกศาลพระศาสนาคริสต์ ตัดสินว่า เขามีความผิด ความคิด คำสอน ของเขานั้นผิด หนังสือของเขาเป็นหนังสือต้องห้าม เขาถูกลงโทษด้วยการถูกจำขังอยู่ในบ้านของเขา แบบ “House Arrest”ตลอดชั่วชีวิตของเขา ทว่า ต่อๆมา ทางฝ่ายศาสนาก็ยอมรับว่า กาลิเลโอเป็นฝ่ายถูก

กาลิเลโอ เป็นหนึ่งในบรรดายักษ์ใหญ่ที่นิวตันได้อาศัยยืนบนไหล่ ทำให้มองเห็นได้ไกลกว่าคนอื่นๆ

 

ข้อมูลจาก  Physics World