เวิร์นเนอร์ ไฮเซนเบิร์ก (Werner Heisenberg)

ภาพจากเว็บ  www.tumblr.com

                        ในระหว่างการขึ้นสู่อำนาจของ ฮิตเลอร์ และระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง นักฟิสิกส์ชั้นยอดของประเทศเยอรมนีส่วนใหญ่ ทั้งที่มีเชื้อสายยิว และที่ไม่มีเชื้อสายยิว อพยพออกไปจากประเทศเยอรมนี ไปอยู่ในสหรัฐอเมริกาหรือในยุโรป แต่ เวิร์นเนอร์ ไฮเซนเบิร์ก เป็นหนึ่งในนักฟิสิกส์ชั้นยอดของเยอรมนีและของโลก ที่ไม่ยอมหนีไปจากเยอรมนี เพราะ หนึ่งคือ ความรักชาติ และสอง คือเขาไม่ต้องการที่จะเห็นฟิสิกส์ในเยอรมนีต้องตายไป

ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกว่า เยอรมนีเป็นประ เทศที่มีนักฟิสิกส์ชั้นยอดระดับโลก มากที่สุดในโลก ไม่ว่าจะเป็น อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เอนริโด เฟอร์มี ผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างปฏิกิริยานิวเคลียสแบบฟิชชัน ปีเตอร์ ดีบาย ( Peter Debye ) นักฟิสิกส์ชาวเนเธอร์แลนด์ แต่ดำรงตำแหน่งสำคัญเป็นผู้อำนวยการสถาบันไกเซอร์ วิลเฮล์ม ในกรุงเบอร์ลิน ทว่า เมื่อนาซีเรืองอำนาจ จนกระทั่งการระเบิดของสงครามโลกครั้งที่สอง นักฟิสิกส์สำคัญเหล่านี้ก็พากันหนีหรืออพยพออกไปจากประเทศเยอรมนี

เวิร์นเนอร์ ไฮเซนเบิร์ก เป็นนักฟิสิกส์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของวงการฟิสิกส์โลก เขาได้รับรางวัลโนเบล สายฟิสิกส์ ประจำปี ค.ศ.1932 ขณะมีอายุเพียง 31 ปี เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาทฤษฎีควอนตัม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “The Uncertainty Principle” หรือ หลักความไม่แน่นอน ซึ่งเป็นหลักการสำคัญหลักการหนึ่งของทฤษฎีควอนตัม และเป็นส่วนที่ทำให้ไอน์สไตน์ ไม่สู้จะสบายใจ เพราะไอน์สไตน์ไม่ชอบความไม่แน่นอน และเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับการรวมแรงพื้นฐาน 4 ชนิด เข้าด้วยกัน

ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง เวิร์นเนอร์ ไฮเซนเบิร์ก เป็นหัวหน้าโครงการสร้างระเบิดอะตอมของเยอรมนี และการดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าโครงการสร้างระเบิดอะตอมของไฮเซนเบิร์กนี้เอง ที่ไปกระตุ้นให้เกิดโครงการสร้างระเบิดอะตอม (คือ โครงการ แมนฮัตตัน) ของประเทศฝ่ายสัมพันธ มิตร จนกระทั่งระเบิดอะตอมถูกสร้างขึ้นมาได้สำเร็จ ถึงแม้จะปรากฏเป็นความจริงภายหลังสงครามว่า ไฮเซนเบิร์ก มิได้มีความมุ่งมั่นอย่างจริงจัง ที่จะเร่งสร้างระเบิดอะตอม ของฝ่ายนาซีเยอรมันให้สำเร็จอย่างรวดเร็ว

 

ข้อมูลจาก  Physics World