การหาตำแหน่งดาวเหนือ (Polaris)

ภาพจากเว็บ  www.bloggang.com

                       การหาตำแหน่งดาวเหนือมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการดูดาว  ซึ่งหากมีเข็มทิศการสามารถหาได้ไม่ยาก   ปัจจุบันนิยมใช้แอปพลิเคชันในโทรศัพท์แบบสมาร์ตโฟน   เราก็ใช้วิธีการเดิม คือ สังเกตดาวทางทิศเหนือ   ซึ่งดาวเหนือจะอยู่บริเวณริมขอบฟ้า  และเป็นดาวดวงเดียวที่ไม่เคลื่อนที่เลย (เป็นเหมือนแกนหมุนของดวงดาว)

หากไม่มีเข็มทิศ   ให้จำตำแหน่งที่ดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ตกลับขอบฟ้าไว้ว่า นั่นคือ “ทิศตะวันตก”   หากเราหันหน้าเข้าหาทิศตะวันตก  ยกแขนขวาขึ้นขนานกับพื้น  ทิศที่แขนขวาชี้ออกไป คือ ทิศเหนือ   เมื่อรู้แล้วว่า ทิศเหนืออยู่จุดไหน   ก็หันหน้าไปทางนั้น แล้วเหยียดทั้งสองข้างออกไปทางทิศเหนือให้สุด  ใช้กำปั้นวัดมุมเงยของท้องฟ้า (แทนค่าเป็น 1 กำมือ เท่ากับ 5 องศา) โดยให้ กำมือขวาให้ส่วนล่างของมืออยู่บริเวณขอบฟ้า  แล้วกำมือซ้ายไปวางทับมือขวาโดยเกร็งมือขวาไว้    และสุดท้ายให้เกร็งมือซ้ายไว้แล้วกำมือขวาวางทับอีกที ก็จะได้มุมเงย 15 องศา  ซึ่งดาวเหนือจะปรากฏอยู่บนท้องฟ้าสูงจากขอบฟ้าในระยะนี้

สังเกตว่า ดาวเหนือจะไม่เคลื่อนที่เหมือนกับดาวดวงอื่นๆ  แต่จะอยู่ในจุดเดิมตลอดทั้งคืน

การหาดาวเหนือจากกลุ่มดาวหมีใหญ่

                      ในบางครั้งเรามองหาดาวเหนือได้จากการดู  “กลุ่มดาวหมีใหญ่” (Ursa major) หรือที่คนไทยเราเรียกว่า    “กลุ่มดาวจระเข้” กลุ่มดาวนี้มีดาวสว่างเจ็ดดวง เรียงตัวเป็นรูปกระบวยตักน้ำ ดาวสองดวงแรกของกระบวยตักน้ำ จะชี้ไปยังดาวเหนือเสมอ ไม่ว่าทรงกลมท้องฟ้าจะหมุนไปอย่างไรก็ตาม ดาวเหนือจะอยู่ห่างออกไป 4 เท่าของระยะทางระหว่างดาวสองดวงแรกเสมอ    ดังที่แสดงในภาพ

ภาพจากเว็บ  web1.dara.ac.th

                     การหาดาวเหนือจากกลุ่มดาวค้างคาว

ในบางคืนกลุ่มดาวหมีใหญ่เพิ่งตกไป  หรือยังไม่ขึ้นมา เราก็สามารถมองหาทิศเหนืออย่างคร่าว ๆ ได้โดยอาศัย  “กลุ่มดาวค้างคาว” (Cassiopeia) กลุ่มดาวค้างคาวประกอบด้วย ดาวสว่าง 5 ดวง เรียงเป็นรูปตัว “M” หรือ “W” คว่ำ กลุ่มดาวค้างคาวจะอยู่ในทิศตรงข้ามกับกลุ่มดาวหมีใหญ่เสมอ
ดังนั้นขณะกลุ่มดาวหมีใหญ่กำลังตก กลุ่มดาวค้างคาวก็กำลังขึ้น และเมื่อกลุ่มดาวหมีใหญ่กำลังจะขึ้นกลุ่มดาวค้างคาวก็กำลังจะตก ดังที่แสดงในภาพ

ภาพจากเว็บ  www.yclsakhon.com

Advertisements

ความหมายของประชาคมอาเซียน

ภาพพจากเว็บ www.thaimaster.info

ความหมายและความสำคัญของประชาคมอาเซียน
                        “ประชาคมอาเซียน” เป็นเป้าหมายของการรวมตัวกันของประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองและขีดความสามารถการแข่งขันของอาเซียนในเวทีระหว่างประเทศในทุกด้าน รวมถึงความสามารถในการรับมือกับปัญหาใหม่ๆ ในระดับโลกที่ส่งผลกระทบมาถึงภูมิภาคอาเซียน เช่น ภาวะโลกร้อน การก่อการร้าย หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ การเป็นประชาคมอาเซียน คือการทำให้ประเทศสมาชิกอาเซียนเป็น “ครอบครัวเดียวกัน” ที่มีความแข็งแกร่งและมีภูมิต้านทานที่ดี โดยสมาชิกในครอบครัวมีสภาพความอยู่ที่ดี ปลอดภัย และสามารถทำมาค้าขายได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น

แรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนตกลงกันที่จัดตั้งประชาคมอาเซียน อันถือเป็นการปรับปรุงตัวครั้งใหญ่และวางรากฐานของการพัฒนาของอาเซียน คือ สภาพแวดล้อมระหว่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ที่ทำให้อาเซียนต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ เช่นโรคระบาด อาชญากรรมข้ามชาติ ภัยพิบัติธรรมชาติ และปัญหาสิ่งแวดล้อม ภาวะโลกร้อน และความเสี่ยงที่อาเซียนอาจจะไม่สามารถแข่งขันทางเศรษฐกิจได้กับประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะจีนและอินเดีย ซึ่งมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดด

ประชาคมอาเซียนถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนตุลาคม 2546 จากการที่ผู้นำอาเซียนได้ร่วมลงนามในปฏิญญาว่าด้วยความร่วมมืออาเซียน ที่เรียกว่า “ข้อตกลงบาหลี 2” เพื่อเห็นชอบให้จัดตั้งประชาคมอาเซียน ภายในปี 2563 แต่ต่อมาได้ตกลงร่นระยะเวลาจัดตั้งให้เสร็จในปี 2558

                          ประชาคมอาเซียน ประกอบด้วย 3 ประชาคมย่อย ซึ่งเปรียบเสมือนสามเสาหลักซึ่งเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน ได้แก่
1) ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน มุ่งให้ประเทศในภูมิภาคอยู่ร่วมกันอย่างสันติ มีระบบแก้ไขความขัดแย้งระหว่างกันได้ด้วยดี มีเสถียรภาพอย่างรอบด้าน มีกรอบความร่วมมือเพื่อรับมือกับภัยคุกคามความมั่นคงทั้งรูปแบบเดิมและรูปแบบใหม่ๆ เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยและมั่นคง

2) ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน มุ่งให้เกิดการรวมตัวกันทางเศรษฐกิจ และการอำนวยความสะดวกในการติดต่อค้าขายระหว่างกัน อันจะทำให้ภูมิภาคมีความเจริญมั่งคั่ง และสามารถแข่งขันกับภูมิภาคอื่นๆ ได้ เพื่อความอยู่ดีกินดีของประชาชนในประเทศอาเซียน

3) ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน เพื่อให้ประชาชนแต่ละประเทศอาเซียนอยู่ร่วมกันภายใต้แนวคิดสังคมที่เอื้ออาทร มีสวัสดิการทางสังคมที่ดี และมีความมั่นคงทางสังคม

ข้อมูลจาก  กระทรวงต่างประเทศ http://www.mfa.go.th