ตำนานดาวตอนที่ 8 ขโมยไฟให้มนุษย์

ภาพจากเว็บ http://www.dek-d.com

                               โพรมิธิอัส ตั้งใจอย่างยิ่งที่จะนำไฟมาให้นมุษย์ได้นไปใช้สร้างความเจริญให้จงได้   ซูสเองก็สั่งให้ทหารคุ้มกันไฟที่อยู่บนยอดเขาโอลิมปัสอย่างหนาแน่น   พระนางอรีน่าจึงให้ความช่วยเหลือโพรมิธิอัสอีกครั้ง  โดยพระนางทรงบอกทางลับในการขึ้นหุบเขาให้โพรมิธิอัสรู้

                               โพรมิธิอัส ลอบขึ้นเขาโอลิมปัสในตอนกลางคืน  ตามทางลับที่อรีน่าได้บอกไว้  แล้วนำไฟไปมอบให้แก่มนุษย์ได้สำเร็จ  การกระทำของโพรมิธิอัสครั้งนี้สร้างโกรธแค้นแก่ซูสยิ่งนัก  แต่พระองค์ก็ยังไม่กล้าจะทำอะไรโพรมิธิอัส    เพราะโพรมิธิอัสนั้นกความลับว่า ใครจะเป็นผู้มาล้มล้างพระองค์   จึงคิดอุบายเพื่อแก้แค้นโพรมิธิอัส โดยให้เทพช่าง เฮฟเฟสตัส  สร้างมนุษย์ผู้หญิงขึ้นมาเลียนแบบรูปร่างของเทพหญิง  ให้ เทพอรีน่า ประทานพรความฉลาด  เทพอโฟรไดติ ประทานเสน่ห์และความงาม  เทพเฮอร์มิส ประทานชีวิตให้  และทีเด็ดในการแก้แค้น คือ ซูส ประทานความอยากรู้อยากเห็นให้มนุษย์หญิงนี้ด้วย

                               มนุษย์หญิงคนแรกที่ถูกสร้างขึ้น ซูส พอพระทัยมาก ทรงประทานชื่อให้ว่า แพนดอรา  ทรงประทานหีบเล็กๆ ใบหนึ่งให้แพนดอราไป โดยย้ำหนักหนาว่าห้ามเปิดกล่องนี้อย่างเด็ดขาด   แล้วให้เฮอร์มิส นำตัวนางแพนดอราและหีบไปส่งให้กับ โพรมิธิอัส เพื่อเป็นของขวัญ

                               ด้านโพรมิธิอัส เห็นล่วงหน้าจึงปฏิเสธที่จะรับของขวัญนี้  ดังนั้น เฮอร์มิส จึงนำตัว แพนดอรา ไปมอบให้กับ เอพิมิอัส (น้องชายของโพรมิธิอัส) แทน   เมื่อเอพิมิอัสเห็นหน้านางแพนดอราก็หลงรักทันที  หลงลืมคำสั่งของพี่ชายว่าไม่ให้รับของขวัญจากซูส  รับนางแพนดอรามาเป็นภรรยาและให้กำเนิดลูกหลานมนุษย์รุ่นต่อๆ มา

                              ทั้งคู่ครองรักกันไประยะหนึ่งความอยากรู้อยากเห็นในใจของนางแพนดอราก็ประทุขึ้นมา   นางอยากรู้ว่าในหีบที่ซูสให้มานั้นบรรจุอะไรเอาไว้  จึงลองเปิดแงมดู ทำให้ ความโกรธ ความโลภ ความเกลียด ความแค้น ความอาฆาต วัยชรา ความเจ็บป่วย ความบ้า ตัณหาและราคะ  ต่างหลุดออกมาจากหีบที่ซูสผนึกไว้   นางแพนดอราตกใจแต่ก็รีบไปปิดหีบเอาไว้  เหลือเพียงสิ่งเดียวที่หลุดออกมาไม่ได้นั้นก็คือ ความสิ้นหวัง   จึงทำให้สิ่งเดียวที่มีมนุษย์เหลืออยู่ก็ คือ ความหวัง ในการดรงชีวิตอยู่ต่อไป นั้นเอง

                             ซูส โกรธโพรมิธิอัสมาก จึงลงโทษโดยการจับตัว โพรมิธิอัส ไปแก้ผ้าล่ามโซ่ไว้ที่ยอดเขาคอเคซัส ในตอนกลางของทุกๆ วันจะมีนกอินทรีย์มาจิกกินตับของ โพรมิธิอัส จนหมด  แล้วตอนกลางคืนตับนั้นก็จะงอกออกมาใหม่ดังเดิม  เป็นอย่างนี้ปีแล้ว…ปีเล่า   โดยซูสแจ้งว่า หากโพรมิธิอัส ยอมบอกว่าใครที่จะเป็นผู้ที่มาโค่นล้มพระองค์ให้สิ้นอำนาจ  พระองค์ก็จะลดโทษให้   แต่โพรมิธิอัสหาได้ยอมบอกไม่

                             สุดท้ายนางนิมฟ์เอเชีย ผู้เป็นแม่ของโพรมิธิอัส ซึ่งมีความสามารถพิเศษหยั่งรู้อนาคตได้เช่นกันก็อดทนเห็นลูกของตนถูกทรมานไม่ไหว  จึงเป็นผู้เผยความลับให้ซูสทราบเอง  โดยหวังว่าโพรมิธิอัสจะได้รับการอภัยโทษ   โดยเผยว่า  หากซูสได้นางนิมฟ์ เธติสเป็นชายาแล้วให้กำเนิดโอรส  โอรสผู้นี้จะเป็นผู้โค่นบัลลังก์ของซูสเอง   ทำให้ซูสหยุดความสัมพันธ์กันนางนิมฟ์ เธติสทันที  ซึ่งภายหลังได้ไปเป็นราชินีแห่งราชาเพเลอัส ให้กำเนิดโอรส ชื่อว่า อะคิลลิส  ซึ่งเป็นวีรบุรุษแห่งสงครามทรอย อันโด่งดัง

                             โพรมิธิอัส  ได้รับการลดโทษเพราะความช่วยเหลือของผู้เป็นแม่  ให้มีโซ่ล่ามติดตัวตลอดไปและต้องมีหินเล็กติดกับโซ่เอาไว้อีกทีหนึ่ง  มนุษย์จึงคิดค้นแหวน สร้อย ที่ฝังหินและอัญมณี แล้วนำมาสวมใส่เพื่อเป็นเครื่องแสดงความเคารพที่มีต่อโพรมิธิอัส ผู้ที่ทำทุกอย่างเพื่อมนุษย์