อัดโอเน็ตทำให้การสอนในโรงเรียนผิดเพี้ยน

ภาพจากเว็บ campus.sanook.com

              สกว.จับมือสถาบันรามจิตติจัดเวทีจับกระแสการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาผู้เรียน ชี้แนวโน้มโลกมุ่งการวัดและประเมินเพื่อ “พัฒนา” มากกว่า “พิพากษา”เด็ก อัดการสอบโอเน็ตเป็นตัวขวางการพัฒนาเด็ก ทำให้การสอนในโรงเรียนผิดเพี้ยน ครูต้องสอนเหมือนติวข้อสอบมากกว่าจะสอนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ที่แท้จริง

วันที่ 15 พ.ค. 2556 ดร.สีลาภรณ์ บัวสาย รองผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เป็นประธานการเสวนาจับกระแสความเคลื่อนไหวและนวัตกรรมในการจัดการศึกษาและพัฒนาเด็กและเยาวชน หรือ INTREND ครั้งที่ 7 ในหัวข้อ “จับกระแสการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาผู้เรียนจากประสบการณ์นานาประเทศ” จัดโดยสถาบันรามจิตติ ณ ห้องประชุม สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน(สสค.) เพื่อเป็นเวทีเผยแพร่ความรู้และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความเคลื่อนไหวในทิศทางการวัดและประเมินเพื่อพัฒนาผู้เรียน รวมถึงให้ข้อคิดและข้อเสนอต่อการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาไทยไปสู่การพัฒนาการศึกษาเพื่อผู้เรียนในศตวรรษที่ 21

             ดร.จุฬากรณ์ มาเสถียรวงศ์ ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่า แนวโน้ม “การวัดและประเมินผู้เรียน” ของประเทศต่างๆ อาทิ แคนาดา อังกฤษ สกอตแลนด์ สิงคโปร์ ฮ่องกง ฯลฯ ได้ปรับไปในทิศทางใหม่ที่เน้นการวัดและประเมินเพื่อการพัฒนา โดยมีแนวโน้มผสมผสานและรักษาความสมดุลระหว่างการประเมินแบบเน้นการพัฒนาผู้เรียนเป็นรายบุคคล กับการวัดเป้าหมายปลายทางผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน ดังนั้นครูในศตวรรษที่ 21 จะต้องสามารถผสมผสานกระบวนการวัดผลเข้ากับกระบวนการสอนของครูอย่างแนบแน่น ซึ่งสะท้อนถึงความจำเป็นต้องเตรียมครูและการพัฒนาโรงเรียนให้เท่าทันกับกระแสการวัดและประเมินผลรูปแบบใหม่ที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาให้ครูเข้าใจเรื่องการวัดและประเมินผลแนวใหม่ รู้จักที่จะใช้ผลจากการวัดการประเมินเพื่อนำไปพัฒนาการจัดการเรียนรู้ของครูให้เหมาะกับเด็กเป็นรายบุคคล พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นผู้เรียนให้เห็นจุดอ่อนจุดแข็งของตนเอง สามารถวางเป้าหมายการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสมและมีแรงบันดาลใจที่จะพัฒนาตนเองไปสู่เป้าหมายนั้น

              ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ ที่ปรึกษาสถาบันรามจิตติ กล่าวว่า สิ่งท้าทายที่สุดของการศึกษาไทย คือ ทำอย่างไรให้การศึกษาเป็น “เสื้อสั่งตัด” ไม่ใช่ “เสื้อโหล” อย่างที่เป็นมา การเรียนรู้และการวัดและประเมินผลทั้งหมดจึงต้องเป็น “กระบวนการที่ยืดหยุ่นและหลากหลาย” เพียงพอที่จะรองรับความแตกต่างในความถนัด ความสนใจ หรือแม้แต่ปัญหาที่มีในเด็กแต่ละคน จึงจะทำให้การศึกษาสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตและการมีชีวิตที่มั่นคงมากขึ้นได้ แต่ปัจจุบันอุปสรรคสำคัญคือระบบการสอบระดับชาติ เช่น โอเน็ตที่ใช้ประกอบการเข้ามหาวิทยาลัยกำลังเป็นตัวกดดันทั้งครูและเด็ก ทำให้การสอนในโรงเรียนมัธยมกลายเป็นการติวข้อสอบมากกว่าการจัดกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ให้แก่เด็กอย่างแท้จริง

ที่มา :  เดลินิวส์ วันพุธที่ 15 พฤษภาคม 2556