โกงสอบ-ยุบ รร. ทำเด็กเก่งถอนตัวเรียนครู

 ขาดความเชื่อมั่นในวิชาชีพ/จี้รัฐบาลจริงใจดูแลการศึกษาชาติ

ภาพจากเว็บ morning-news.bectero.com

                        นายสุรวาท ทองบุ คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม(มรม.) และประธานสภาคณบดีครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย (ส.ค.ศ.ท.) เปิดเผยว่า จากการสำรวจจำนวนผู้สมัครเข้าศึกษาต่อในคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ปีการศึกษา 2556 ในมหาวิทยาลัยราชภัฎหลายแห่ง พบว่า นักเรียนชั้น ม.6 ที่สมัครเข้าเรียนคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ได้สละสิทธิ์เป็นจำนวนมาก บางแห่งคิดเป็นร้อยละ 30 ของจำนวนนักเรียนที่เข้าใหม่ เช่น คณะครุศาสตร์ มรม. เดิมมีนักเรียนสมัครเรียนประมาณ 700 คน แต่ขณะนี้ได้สละสิทธิ์ไปมากกว่า 200 คนแล้ว ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนที่มีผลการเรียนดีและได้คะแนนแอดมิสชั่นส์สูง จึงไปเลือกเรียนคณะและมหาวิทยาลัยที่ต้องการ

อย่างไรก็ตาม มองว่าอีกสาเหตุหนึ่งของการสละสิทธิ์ เนื่องจากปัญหาด้านนโยบายภาครัฐในการสนับสนุนบัณฑิตสายครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ที่ไม่เข้มแข็งและไม่ชัดเจน ได้แก่ 1.ความไม่ชัดเจนของนโยบายโครงการครูมืออาชีพ ที่จะสนับสนุนการมีงานทำของบัณฑิตสายครู

2.ปัญหาการทุจริตการสอบบรรจุครูผู้ช่วย ที่พบว่ามีการโกงล้านเปอร์เซ็นต์ แต่กลับไม่มีผู้ใดได้รับการลงโทษ แสดงให้เห็นถึงการขาดความเด็ดขาดในการจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้น ดังนั้นนักเรียนจึงมีความไม่มั่นใจว่าการเป็นคนดี คนเก่งแล้วจะสอบบรรจุได้ถ้าไม่โกง

และ 3.การประกาศนโยบายยุบรวม หรือควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ทำให้เด็กนักเรียนเชื่อว่าจะมีอัตราการบรรจุน้อยลงตามไปด้วย ดังนั้นจึงมีความเป็นห่วงอนาคตของตัวเองในวิชาชีพครู

“หลายเหตุผลดังกล่าวส่งผลให้นักเรียนเริ่มไม่มั่นใจว่าเรียนจบไปแล้วจะได้งานที่ดี โดยเฉพาะกรณีข่าวการยุบรวมโรงเรียนเล็กที่ดันมามีข่าวเวลานี้ ทั้งที่จริง ศธ.ก็มีการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กอยู่แล้ว จุดนี้ทำให้นักเรียนขาดความเชื่อมั่นโดยเฉพาะในกลุ่มนักเรียนเก่งๆ ที่มีตัวเลือกมาก ก็จะเลือกช่องทางที่สร้างความเชื่อมั่นแก่อนาคตได้ดีกว่า ทำให้ในคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ส่วนใหญ่จะต้องเรียกนักเรียนลำดับท้ายๆ มาเรียนแทน ถือเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ประเทศน่าจะได้คนดีคนเก่งมาเรียนครูเหมือนเช่นประเทศอื่นเขา”

นายสุรวาท กล่าวและว่า ขณะนี้ ศธ.ใช้เวลาที่มีน้อยอยู่แล้วไปกับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เรื่องปลายเหตุ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน แทนที่จะคิดแก้ปัญหาที่ต้นทาง ดังนั้นอยากเสนอให้พรรคเพื่อไทย (พท.) ส่งทีมที่มีความเข้าใจเรื่องการศึกษามาช่วย เพราะเวลานี้ทีมที่ปรึกษายุ่งอยู่กับการปรับหลักสูตร ทั้งที่การแก้ปัญหาการศึกษานี้จะต้องแก้หลายอย่างไปพร้อมๆ กัน โดยเฉพาะนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา เรื่อง การปฏิรูปครูทั้งการพัฒนาครูและระบบการผลิต

นอกจากไม่มีความคืบหน้าแล้ว ยังรู้สึกว่าถอยหลังและติดลบด้วยซ้ำ โดยโครงการดีๆ เช่น โครงการครูพันธุ์ใหม่ ซึ่งยอมรับกันว่าเป็นโอกาสของประเทศ รัฐบาลนี้ก็ยกเลิกไป และนำโครงการครูมืออาชีพมาแทน ซึ่งเป็นเสี้ยวหนึ่งของโครงการเดิม แถมยังถูกทำให้บิดเบี้ยว ผิดหลักการและที่สำคัญยังไม่มีอะไรคืบหน้า ดังนั้น จึงอยากให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ควรพิจารณาเพื่อดำเนินการเปลี่ยนแปลงใดๆ ให้ ศธ.ดำเนินงานให้ดีขึ้นได้แล้ว

 

ข้อมูลจาก : http://www.siamrath.co.th