บัณฑิตครูล้นตลาด สรุปจำนวนผู้เรียนครู 5 ปี

สรุปผลการสำรวจจำนวนนักศึกษาครู 5 ปี

จากการสำรวจจำนวนผู้เรียนในสถาบันผลิตครู จากมหาวิทยาลัยของรัฐเดิม มหาวิทยาลัยเปิด มหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล มหาวิทยาลัยเอกชน สถาบันการพลศึกษา และสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2556 พบว่า มีผู้เรียนในสาขาวิชาต่าง ๆ ในชั้นปีที่ 1 – 5 ที่จะสำเร็จการศึกษาในปีการศึกษา 2556-2560 ตามลำดับ จากมากไปหาน้อยดังนี้

1) พลศึกษา สุขศึกษา 54,542 คน

2) การปฐมวัย 27,136 คน

3) ภาษาอังกฤษ 24,748 คน

4) สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 22,884 คน

5) คณิตศาสตร์ 22,656 คน

6) ภาษาไทย 20,537 คน

7) วิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ทั่วไป 17,847 คน

8) คอมพิวเตอร์ศึกษา เทคโนโลยีการศึกษา 17,562 คน

9) การประถมศึกษา 8,119 คน

10) ดนตรี 4,180 คน

11) ชีววิทยา 4,024 คน

12) ศิลปศึกษา ทัศนศิลป์ จิตรกรรม 3,899 คน

13) นาฏศิลป์ (ไทย สากล) นาฏยดุริยางคศาสตร์ 3,810 คน

14) เคมี 2,917 คน

15) ฟิสิกส์ 2,813 คน

16) ภาษาจีน 2,229 คน

17) วิศวกรรมอุตสาหกรรม 2,203 คน

18) การศึกษา 2,025 คน

19) การศึกษาพิเศษ 1,834 คน

20) วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และโทรมนาคม 1,668 คน

21) วิศวกรรมเครื่องกล 1,594 คน

22) วิศวกรรมไฟฟ้า 1,283 คน

23) เกษตรกรรม เกษตรศาสตร์ สิ่งแวดล้อม 1,225 คน

24) วิศวกรรมโยธา 1,166 คน

25) จิตวิทยา 1,116 คน

26) คหกรรมศาสตร์ 980 คน

27) ธุรกิจศึกษา บริหารธุรกิจ 705 คน

28) อุตสาหกรรม 688 คน

29) ครุศาสตร์วิศวกรรม 410 คน

30) ภาษาญี่ปุ่น 337 คน

31) การวัด การวิจัย การประเมินผลการศึกษา 332 คน

32) เทคโนโลยีอุตสาหกรรมศึกษา 295 คน

33) ครุศาสตร์สภาพแวดล้อมภายใน 284 คน

34) ครุศาสตร์การออกแบบ 283 คน

35) การศึกษานอกระบบ 282 คน

36) สถาปัตกรรม 248 คน

37) การสอนวิทยาศาสตร์ทั่วไป 169 คน

38) บรรณารักษ์ศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ 158 คน

39) วิศวกรรมแมคคาทรอนิกส์ 156 คน

40) ภาษาฝรั่งเศส 120 คน

41) การงานอาชีพและเทคโนโลยี 33 คน

42) การบริหารการศึกษา 13 คน

43) อิสลามศึกษา 12 คน

รวมผู้เรียนจะสำเร็จการศึกษาในทุกสาขา แต่ละปี ดังนี้ ปีการศึกษา 2556 จำนวน 29,844 คน ปีการศึกษา 2557 จำนวน 40,437 คน ปีการศึกษา 2558 จำนวน 56,382 คน ปีการศึกษา 2559 จำนวน 71,530 คน ปีการศึกษา 2560 จำนวน 61,329 คน ทั้งนี้จนถึงปีการศึกษา 2560 หรืออีก 5 ปี จะมีผู้สำเร็จรวมทั้งสิ้น 259,522 คน
จากที่ สกอ. โดยมี รมต.ศธ. นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา เป็นประธานการประชุมอธิการบดีและคณบดีในสถาบันท่ีเกี่ยวข้องกับการผลิตครู 5 ปี เพื่อวางแผนการผลิตครู และมีการเสนอผลการสำรวจ ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2556 พบว่า มีจำนวนผู้เรียนเกินความต้องการของหน่วยงานผู้ใช้ครูมากในบางสาขาวิชา และคาดว่าจะขาดแคลนในหลายสาขาวิชา และมีมติให้สถาบันฝ่ายผลิตพิจารณาทบทวนแผนการผลิต นั้น
ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2556 สภาคณบดีคณะครุศาสตร์ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย (ส.ค.ศ.ท.) ได้ทำการสำรวจ ปรากฏว่า สาขาวิชาท่ีมีผู้เรียนเกินความต้องการ มีจำนวนมากขึ้น อย่างน่าตกใจ และสาขาท่ีคาดว่าจะขาดแคลนก็ยังคงมีผู้เรียนน้อยตามเดิม และจำนวนภาพรวมเพิ่มขึ้นกว่า 20,000 คน คือ 259,522 คน จากเดิมที่พบจากการสำรวจครั้งก่อนประมาณ 240,000 คน ในขณะที่ข้อมูลครูจะเกษียณอายุราชการ ประมาณ 100,000 คน แต่เชื่อว่าจะได้อัตราแทนเพียง 20,000 คน หรือร้อยละ 20 เท่านั้น
โดยสรุป สถาบันฝ่ายผลิตครู ไม่สามารถลดจำนวนและเพิ่มจำนวนให้สอดคล้องกับความต้องการใช้ อาจเป็นเพราะมีการกำหนดแผนการรับและประกาศรับสมัครไปแล้ว ทั้งระบบ รับตรงและแอ้ดมิสชั่นกลาง
สำหรับข้อแนะนำที่ ส.ค.ศ.ท. เคยหารือกันไว้คือ 1) ลดหรืองดรับผู้เรียนในสาขาวิชาที่เกินความต้องการ โดยเฉพาะ 8 สาขาวิชา 2) เพิ่มจำนวนผู้เรียนในสาขาวิชาที่ขาดแคลน กรณีสถาบันฝ่ายผลิตมีความพร้อม ในปีต่อไป 3) โอนย้ายผู้เรียนไปในสาขาวิชาที่เกินไปเรียนในสาขาวิชาขาดแคลน ตามความพร้อมของสถาบันฝ่ายผลิต ตามความสามารถ และตามความสมัครใจของผู้เรียน 4) สนับสนุนให้บัณฑิตเรียนเพิ่มในสาขาวิชาที่ขาดแคลน อีกสาขาหนึ่ง (ปริญญาเดียวกันสาขาที่สอง) 5) เปิดโอกาสให้สถาบันฝ่ายผลิต เทียบโอนหรือโอนย้ายนักศึกษาหรือรับบัณฑิตปริญญาอื่น เข้าเรียนในสาขาวิชาที่มีความขาดแคลน หรือเข้าเรียนในระดับปริญญาโท ทางการสอน
การแก้ปัญหา กรณี สาขาวิชาท่ีมีการผลิตเกิน (หากยังคงจำนวนเท่าเดิม) 1) พัฒนาทัษะความสามารถพิเศษ เพื่อสร้างโอกาส และตรงตามความต้องการผู้จ้างงาน อื่น นอกจากการเป็นครู 2) พัฒนาทักษะภาษาเพื่อให้สามารถสอนในโรงเรียนนานาชาติ หรือในประเทศอื่น ทั้งในอาเซียนและนานาชาติ เช่น ทักษะภาษาอังกฤษหรือภาษาอาเซียน 3) จัดให้มีการเรียนปริญญาอื่นควบคู่ไปด้วย
ส่วนตัวเห็นว่า สาขาวิชาที่มีผู้เรียนเกินความต้องการ คือสาขาวิชาที่มีผู้เรียนมากกว่า 10,000 คน ส่วนสาขาวิชาท่ีคาดว่าจะขาดแคลน คือ สาขาวิชาที่มีผู้เรียนไม่เกิน 5,000 คน สำหรับสาขาวิชาที่น่าเป็นห่วงคือ สาขาวิชาด้านพลศึกษา สุขศึกษา ส่วนสาขาวิชาภาษาอังกฤษและคอมพิวเตอร์อาจหางานอื่นทำได้ สำหรับคณิตศาสตร์อาจไปทดแทนที่อัตราที่ขาดแคลนอยู่เดิมแล้ว อาจจะเกินไม่มากนัก

ส่วนสาขาที่จะขาดแคลนและจะเป็นปัญหาต่อการพัฒนาประเทศ ได้แก่ สาขาวิชาเคมี ชีววิทยา และฟิสิกส์ รวมทั้ง สาขาวิชาด้านภาษาโดยเฉพาะภาษาอาเซียน พบว่าไม่มีการผลิต ควรต้องพิจารณาขยายการผลิต
ปัญหาการผลิตนี้ เป็นเพราะกระทรวงศึกษาธิการ ไม่มีข้อมูลความต้องการที่ชัดเจนและเป็นปัจจุบัน และที่สำคัญประเทศไทยมีการยุบกรมการฝึกหัดครู จึงไม่มีหน่วยงานใดรับผิดชอบแผนการผลิต จึงต่างคนต่างผลิต ในขณะที่ ส.ค.ศ.ท. เป็นเพียงองค์กรที่ตั้งขึ้นมานอกเหนือกฎหมายกำหนดขาดอำนาจสั่งการหรือตัดสินใจใด ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวกับครูมีมากแต่ไม่มีหน่วยงานใดทำหน้าที่นี้และขาดความเป็นเอกภาพ นอกจากนี้ คณะครุศาสตร์ศึกษาศาสตร์ไม่ได้รับการสนับสนุนส่งเสริมให้มีความเข้มแข็งมาอย่างยาวนาน ทั้งมหาวิทยาลัยของรัฐเดิม มหาวิทยาลัยราชภัฏ และมหาวิทยาลัยอื่น ๆ เปิดรับตามความพร้อมที่มีอยู่ ทำให้เกินและขาดในบางสาขาวิชาไม่สอดคล้องกับความต้องการ
จากปัญหาดังกล่าวข้างต้น ถือว่าเป็นปัญหาเชิงปริมาณ ซึ่งจะส่งผลไปเชิงคุณภาพ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใดบ้าง โดยเฉพาะรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ถ้าไม่ถือว่าเรื่องการผลิตครูนี้เป็นเรื่องใหญ่ คนในประเทศนี้จะขาดคุณภาพ ไม่มีทางปรองดอง ไม่สามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้ แต่ฝ่ายการเมืองคงชอบเพราะคนขาดคุณภาพแล้วปกครองง่าย (ยากจน เหลื่อมล้ำ ประชานิยม ซื้อเสียงได้อำนาจต่อไป) และขอวิงวอนคณบดีและอธิการบดี โปรดห่วงใยลูกศิษย์และความเป็นวิชาชีพชั้นสูงด้วย ตกงานถูกดูแคลนแล้วมันจะเป็นวิชาชีพชั้นสูงได้อย่างไร

 

ที่มา : http://www.kroobannok.com