E-BOOK รวมโจทย์ฟิสิกส์ ระดับชั้น ม.6 พร้อมเฉลยแบบละเอียด

E-BOOK รวมโจทย์ฟิสิกส์ ระดับชั้น ม.6 พร้อมเฉลยแบบละเอียด เข้าไปศึกษาได้จากเว็บนี้นะครับ

http://www.neutron.rmutphysics.com

Advertisements

มหัศจรรย์มนุษย์กับดวงดาว

ภาพจาก http://www.se-ed.com

                           หนังสือ “มหัศจรรย์มนุษย์กับดวงดาว” โดย นิพนธ์ ทรายเพชร อดีตนายกสมาคมดาราศาสตร์ไทย 4 สมัย และอดีตผู้อำนวยการท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ พิมพ์ครั้งที่ 4 สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2555 จำนวน 144 หน้า  ISBN : 9740330304, 9789740330301 ราคาปกติ 200 บาท

เนื้อหาโดยย่อ ดังนี้

ดาว…บนฟ้ามีมาช้านาน มีมาตั้งแต่ยังไม่มีมนุษย์ในโลก มนุษย์เกิดมาก็พบว่ามีดาวเต็มฟ้าในยามราตรี และมีดวงอาทิตย์ส่องแสงจ้าในยามกลางวัน ดวงดาวจึงเป็นธรรมชาติที่มีอยู่มาก่อน มีอยู่ในปัจจุบัน และจะมีอยู่ต่อไปในอนาคต ฟังแล้วดูคล้ายกับว่าดวงดาวเป็นสิ่งถาวร มีความคงที่ไม่เปลี่ยนแปลง แต่ความจริงดวงดาวไม่มีความจีรังยั่งยืน ไม่คงที่ หากมีวิวัฒนาการ มีการเปลี่ยนแปลง จากดาวอายุน้อยเป็นดาวอายุมาก จากดาวที่ร้อนมากเป็นดาวที่ร้อนน้อย แต่ช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงยาวนานมาก เมื่อเทียบกับช่วงเวลาของชีวิตมนุษย์ การศึกษาดวงดาวที่อยู่ไกลแสนไกลเป็นการศึกษาธรรมชาติในอดีต ยิ่งอยู่ไกลมากเท่าใด ย่อมมีทางเป็นไปได้ว่ามนุษย์ได้มองย้อนกลับไปในอดีตมากขึ้น

ดวงดาวเป็นธรรมชาติที่สวยงาม เมื่อใดที่เรามีโอกาสเห็นดาวเต็มฟ้า เราจะรู้สึกว่าฟ้านั้นเต็มไปด้วยความสงบปราศจากสิ่งรบกวนใดๆ การเรียนรู้เรื่องดวงดาวจึงจำเป็น ช่วยนำผู้เรียนไปสู่ความงาม ความสงบ และการมีเพื่อนผู้ซื่อสัตย์ที่อยู่แสนไกล ซึ่งได้อำนวยประโยชน์ให้แก่ผู้ที่สนใจ ผู้ศึกษาค้นคว้าอย่างมหาศาล เป็นต้นว่าให้ความรู้ ความเข้าใจเรื่องระบบสุริยะ ดาวฤกษ์ ตลอดจนธรรมชาติของเอกภพในที่สุด และที่เป็นประโยชน์ใกล้ตัวมากกว่านี้คือการนำความรู้ทางดาราศาสตร์หรือการศึกษาดวงดาวแบบวิทยาศาสตร์มาใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น การกำหนดเวลา การกำหนดละติจูด-ลองจิจูดในการทำแผนที่โลก เป็นต้น ดวงดาวมีความเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันมาเป็นเวลาอันยาวนาน มนุษย์นำชื่อดาวมาตั้งเป็นชื่อวันต่างๆ ในสัปดาห์ ตั้งแต่ยุคโบราณที่เชื่อว่าดาวเหล่านั้นเป็นเทพเจ้าหรือเทพธิดาอยู่บนสวรรค์ ชื่อวันเป็นมรดกตกทอดมาถึงยุคปัจจุบันโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง แม้ว่ามนุษย์จะได้เรียนรู้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับดาวเหล่านี้อย่างมากมายก็ตาม

ความลึกลับมหัศจรรย์ของดวงดาวมีมาช้านาน ปัจจุบันกลายเป็นเสน่ห์ของท้องฟ้า มหัศจรรย์มนุษย์กับดวงดาวอธิบายด้วยภาษาง่ายๆ สำหรับทุกคน ทุกชีวิตอยู่บนโลกเดียวกัน โลกที่ไม่อยู่นิ่ง แต่หมุนรอบตัวเองรอบละ 1 วัน และโคจรรอบดวงอาทิตย์รอบละ 1 ปี

วิทยาศาสตร์อัจฉริยะ 10 การทดลองที่แสนมหัศจรรย์

ภาพจากเว็บ http://www.booksmile.co.th

                    ย้อนไปหาช่วงเวลาพิเศษที่ 10 นักวิทยาศาสตร์ตั้งคำถามต่อการมีอยู่ของสรรพสิ่ง และทำการทดลองแบบสู้ไม่ถอยจนได้คำตอบซึ่งนำมาสู่วิทยาการหลากหลายในปัจจุบัน เคยสงสัยไหมว่านักวิทยาศาสตร์ดังๆ เก่งเกินคนทั่วไป หรือจริงๆ แล้วก็มีขนาดสมองเท่ากันกับเรา! การทดลองที่เราว่ายากแสนยาก แต่ทำไมสำหรับพวกเขามันดูง่ายมาก! เล่มนี้มีคำตอบให้กับคุณ พร้อมสอดแทรกเกร็ดประวัติวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจและสนุกสนานไว้ในโอกาสต่างๆ เเละภาพประกอบที่ช่วยให้เห็นภาพชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้อ่านสามารถต่อยอดความรู้ทางวิทยาศาสตร์ต่อไปได้ด้วยตนเอง

10 นักวิทยาศาสตร์ ในหนังสือเล่มนี้ ได้แก่
– กาลิเลโอ วิถีที่สิ่งของเคลื่อนที่อย่างเเท้จริง
– วิลเลียม ฮาร์วีย์ ปริศนาเเห่งหัวใจ
– ไอเเซก นิวตัน สีคืออะไร
– อองตวน – โลรอง ลาวัวซีเย ลูกสาวชาวนา
– ลุยจี กัลวานี ไฟฟ้าจากสัตว์
– ไมเคิล ฟาราเดย์ บางสิ่งที่ซ่อนลึก
– เจมส์ จูล โลกทำงานอย่างไร
– เอ. เอ. ไมเคิลสัน หลงไปในอวกาศ
– อีวาน ทัพลอฟ การวัดสิ่งที่วัดไม่ได้
– รอเบิร์ต มิลลิเเกน ในดินเเดนเเห่งขอบเขต

ข้อมูลจาก http://www.se-ed.com

มโนทัศน์แห่งอนาคต

ภาพจากเว็บ  www.matichonbook.com

         จะดีแค่ไหนถ้าคุณมีหุ่นยนต์ไว้ทำงานแทน   สามารถย้อนเวลากลับไปยังอดีตได้รักษาโรคมะเร็งได้โดยไม่ต้องผ่าตัด  หรือเป็นหนุ่มสาวตลอดกาล   ทั้งหมดนี้และอีกหลายสิ่งซึ่งคาดไม่ถึงกำลังจะเกิดขึ้นจริงในอนาคตอีกเพียงร้อยปีข้างหน้า  โดยมีรากฐานมาจากการปฏิวัติควอนตัมการปฏิวัติเชิงชีวโมเลกุลและการปฏิวัติคอมพิวเตอร์

หนังสือเล่มนี้จะพาคุณร่วมเดินทางสู่อนาคต  ไปพร้อมเหล่านักวิทยาศาสตร์เปี่ยมวิสัยทัศน์ใน มโนทัศน์แห่งอนาคต โดย นักฟิสิกส์ชื่อดังเจ้าของผลงาน จักรวาลคู่ขนาน บอกเล่าผลการวิจัยล่าสุดจากห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ระดับโลกถึงความก้าวหน้าในการค้นคว้า ที่จะเปลี่ยนชีวิตของเราและโฉมหน้าโลกในศตวรรษที่ 21 ไปอย่างสิ้นเชิง และบางสิ่งก็กำลังเกิดขึ้นแล้วตอนนี้ !!!!!!

เป็นหนังสือน่าอ่านอีกเล่ม  เล่าเรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอย่างมีเหตุมีผล   การที่ผู้แต่งเป็นนักฟิสิกส์ ทาให้หนังสือน่าเชื่อถือและน่าอ่านมากๆ  ใครอยากรู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรก็หามาอ่านกันนะครับ

ข้อมูลจาก  http://www.se-ed.com

นักวิทยาศาสตร์ของฮิตเลอร์

ภาพจากเว็บ  www.matichonbook.com

                เมื่อวานไปเดินดูหนังสือที่ร้าน Se-ed  เพื่อหาข้อมูลมาเขียนบทความ   บังเอิญไปเจอหนังสือเล่มหนึ่งเข้า มีชื่อหนังสือว่า “นักวิทยาศาสตร์ของฮิตเลอร์”  แค่ชื่อก็น่าสนใจแล้วละครับ   ข้อมูลในหนังสือก็น่าสนใจใช่ย่อยนะครับ   มีข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ์ที่ประดิษฐ์ขึ้นในช่วงนั้นโดยฮิตเลอร์เป็นผู้สนับสนุน   และผลการนำไปใช้ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว

               “นักวิทยาศาสตร์ของฮิตเลอร์” (นพดล เวชสวัสดิ์ แปล) เขียนโดย จอห์น คอร์นเวลล์ นักเขียนนักหนังสือพิมพ์ เจ้าของหนังสือขายดีและบทความวิทยาศาสตร์ในวารสารหลายเล่ม ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโครง การวิทยาศาสตร์และมิติมนุษย์ ที่วิทยาลัยจีซัสและมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์

คอร์นเวลล์ตีแผ่ “ความบ้าคลั่ง” ในการใช้อำนาจที่ปราศจากพื้นฐานความรู้อย่างแท้จริงในด้านวิทยาศาสตร์ของฮิตเลอร์ กลายเป็นที่มาของ “ตรรกะสุดเพี้ยน”
และก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์มวลมนุษยชาติประเทศเยอรมนี ในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 ถือเป็น “นครเมกกะ”
ของนักวิทยาศาสตร์ มีนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกหลั่งไหลเข้าไปแสวงบุญต่อยอดความรู้ในมหาวิทยาลัยต่างๆ ในเยอรมนีอย่างคึกคัก ในช่วงเวลานั้น เยอรมนีพร้อมที่จะเป็นผู้นำการพัฒนาฟิสิกส์ใหม่ จากการปรับพื้นฐานเบื้องต้นของนักฟิสิกส์ อย่างเช่น แม็กซ์ พลังค์, อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์, แมกซ์ บอร์น, แวร์เนอร์ ไฮเซนแบร์ก และเออร์วิน ชโรดิงเงอร์ และยังมีนักวิทยาศาสตร์จากเดน มาร์ก เนเธอร์แลนด์ ฝรั่ง เศส และอังกฤษร่วมขบวน

พ.ศ.2476 ฮิตเลอร์เถลิงอำนาจรวบระบบวิทยาศาสตร์ การแพทย์ และเทคโนโลยีเข้าสู่อำนาจ ภายใต้ระบอบการปกครองใหม่ นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ยินยอมค้อมหัวรับใช้อุดมการณ์นาซี เพราะเห็นแก่ตำแหน่งและลาภยศ ที่เลวร้ายก็คือ นักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งไม่เพียงยอมเป็นข้ารับใช้ หากยังเสนอแนวคิดสนับสนุนนโยบายกีดกันแบ่งแยกเชื้อชาติ ต่อต้านยิว เพิ่มความโหดเหี้ยมให้กับลัทธินาซีถึงขีดสุด ขณะเดียวกัน ฮิตเลอร์ก็สูญเสียนักฟิสิกส์ นักเคมี นักชีววิทยา และนักคณิตศาสตร์ระดับแนวหน้าหลายร้อยคน นักวิทยาศาสตร์กลุ่มหลังนี้พยายามธำรงจรรยาบรรณที่ว่า วิทยาศาสตร์มีไว้เพื่อช่วยเหลือและสร้างสรรค์ ไม่ใช่เพื่อทำลายล้าง หรือรับใช้การเมือง

จอห์น คอร์นเวลล์ เรียบเรียงหนังสือเล่มนี้จากข้อมูลหลักฐานหลายทาง ระบุว่า วิสัยทัศน์เพี้ยนๆ ด้านวิทยาศาสตร์ของฮิตเลอร์นั้นมาจากความไม่รู้จริง ทั้งยังชอบอวดรู้
สถาปนาตัวเองเป็นสังฆราชแห่งวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการแพทย์   “นับตั้งแต่วันขึ้นครองอำนาจสูงสุดในเยอรมนีในเดือน ม.ค.1933 (พ.ศ.2476) คำพูดที่หลุดออกจากปากฮิตเลอร์ ไม่มีคำใดที่บ่งบอกว่าเขาเข้าใจมรดกยิ่งใหญ่เชิงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของเยอรมนี  ไม่มีหลักฐานใดยืนยันว่าฮิตเลอร์มองเห็นคุณค่า หรือเข้าใจธรรมชาติของจุดก่อกำเนิด และประวัติศาสตร์ของพัฒนาการวิทยาศาสตร์!”

ธาตุแท้ของจอมเผด็จการฮิตเลอร์นั้น งมงาย เป็นจอมขี้เกียจ ใช้เวลาครึ่งค่อนคืนนอนดูภาพยนตร์ไร้สาระ   เรื่องหนึ่งที่โดดเด่นที่สุด คือ ความเชื่อเรื่องโหราศาสตร์!